อื่นๆ ด้านบนเป็นที่พักอาศัย ชั้นหนึ่งเป็นที่รับประทานอาหารและรับรองแขก ส่วนสวนด้านหลังไว้ปล่อยม้าพาหนะ
“เสี่ยวเอ้อร์ เอาห้องชั้นบนให้ข้าห้องหนึ่ง” จินเฟยเหยาบอกเสี่ยวเอ้อร์คนธรรมดาที่ยิ้มแย้มต้อนรับ จากนั้นหันหน้าไปมองในห้องโถง สีหน้าเปลี่ยนไปทันที
ในห้องโถงจัดวางโต๊ะศิลาตัวยาวที่ปูด้วยผ้าฝ้ายสีสันสดใสเต็มไปหมด ด้านล่างโต๊ะเป็นพรมหลากสีอันงามประณีต ที่นี่ไม่นั่งเก้าอี้ ทว่าวางเบาะบนพรม คนที่กินข้าวล้วนนั่งบนเบาะที่พื้น
ยามนี้เป็นเวลารับประทานอาหารพอดี หน้าโต๊ะมีคนนั่งอยู่จำนวนไม่น้อย แม้แต่คนชุดยาวสีดำสามคนรวมทั้งจินเฟยหยางก็นั่งอยู่ในมุมหนึ่ง บนโต๊ะมีเพียงน้ำชา อาหารยังไม่ยกมา บนโต๊ะของพวกเขาวางป้ายหยกเรียบง่ายที่ใช้เปิดห้อง
ทว่าสิ่งที่ทำให้จินเฟยเหยาหน้าเปลี่ยนสีทันที กลับมิใช่พวกจินเฟยหยางสามคน ทว่าเป็นคนของอีกโต๊ะหนึ่ง
คนโต๊ะนั้นนั่งอยู่ตรงกลางพอดี มีเพียงสองคน มีสุราอาหารวางอยู่เต็มโต๊ะ ทว่ากลับใม่เห็นคนทั้งสองขยับตะเกียบ พวกเขาเพียงถือไผ่เขียวในมือเล่นไม่หยุดราวกับกำลังรอใครบางคน ไม่ใช่คนตาบอด แต่กลับต้องมีกิ่งไผ่ไม่ห่างกาย นอกจากคนของหอซวีชิงแล้วจะมีใคร
คิดไม่ถึงว่าจะได้พบกับคนรู้จักมากมายที่นี่ คนของหอซวีชิงสองคนนี้ คนหนึ่งคือเฟิงอวิ๋นจู๋ที่ขายวงเวทวิญญาณสิบสองปิศาจให้ตนเอง ส่วนอีกคนหนึ่งจินเฟยเหยาไม่รู้ชื่อแซ่ นึกไม่ออกว่าเคยพบหรือไม่ อย่างไรก็สวมชุดแบบเดียวกัน ทั้งยังถือไ