ยามนี้ไม่รู้ว่ามีคนตายมากเพียงใด”
“หวาซีพูดอะไรอย่างนั้น ยังไม่ต้องเอ่ยถึงก่อนว่าเพราะเหตุใดจือเอ๋อร์จึงใช้มุกไฉ่กวง ต่อให้นางใช้มุกไฉ่กวง เจ้าก็ยืนอยู่ข้างๆ จะเบิกตามองนางทำลายเมืองได้อย่างไร เจ้าพูดเช่นนี้ หรือว่าคิดจะช่วยคนนอกรังแกคนในตระกูล?” สตรีขั้นกำเนิดใหม่เอ่ยอยู่ด้านข้าง
จากนั้นนางก็หันหน้ามาพูดกับท่านพ่อของหวาซี “ดูลูกอกตัญญูของเจ้าสิ ราวกับเบื้องบนจนถึงเบื้องล่างของคฤหาสน์กุ่ยเม่ยมีความแค้นกับเขากระนั้น ทั้งยังกล้าพาคนนอกแซ่มาเป็นคนในคฤหาสน์ ไม่รู้จริงๆ ว่าเพราะเหตุใดเจ้าจึงเห็นด้วยกับการพาสตรีเช่นนี้เข้าสู่คฤหาสน์กุ่ยเม่ย!” สายตาดุร้ายของนางจับจ้องหวาหวั่นซีที่ยืนอยู่บนยอดกำแพงอย่างระแวดระวัง อยากจะโยนนางลงจากกำแพงให้ร่วงลงมาตายทันทีใจแทบขาด โดยเฉพาะใบหน้าที่เหมือนกับสตรีผู้นั้นอย่างกับแกะ ทุกครั้งที่ได้เห็นทำให้นางแค้นจนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
“ท่านปู่…หวั่นซีอยากให้ท่านปู่อุ้ม” หวาหวั่นซีพลันยื่นมือออกมา ยิ้มพลางเอ่ยกับท่านพ่อของหวาซีอย่างอ่อนหวาน
คิดไม่ถึงว่าท่านพ่อของหวาซีที่เมื่อครู่ยังมีสีหน้าเย็นชายื่นกลับมือไปอุ้มหวาหวั่นซีขึ้นบนสัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณ จากนั้นเอ่ยเย้านาง “หวั่นซียิ่งน่ารักขึ้นทุกที อีกเดี๋ยวปู่จะพาเจ้าไปกินขนม”
“ขอบคุณท่านปู่” หวาหวั่นซีหอมแก้มเขาแรงๆ ทีหนึ่ง พิงอ้อมอกเขาอย่างว่านอนสอนง่ายแล้วเอ่ยอย่างงอนๆ “ท่านปู่ เมื่อครู่น้าเสี่ยวจือโยนมุกเม็ดใหญ่มา