า ข้าจะฉีกปากของเจ้าเสีย” หวาเสี่ยวจือตวาดอย่างมีโทสะ ตบสัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณแล้วพุ่งเข้าหาจินเฟยเหยา
“น้องจือ! อย่าลงมือ ข้ารู้จักกับนาง เห็นแก่หน้าข้าอย่าก่อเรื่อง” หวาซียื่นมือออกมาขัดขวางสัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณที่เตรียมตัวจะกระโดดไว้
หวาเสี่ยวจือถลึงตาใส่เขาอย่างดูแคลน “พี่สิบสาม ท่านก็ได้ยิน นางหยามเกียรติคฤหาสน์กุ่ยเม่ยของพวกเรา ถ้าไม่สั่งสอนนางสักหน่อย ต่อไปคฤหาสน์กุ่ยเม่ยก็สามารถให้คนมาหยามเกียรติได้ตามใจชอบใช่หรือไม่!”
“ไป!” หวาเสี่ยวจือไม่สนใจหวาซี หันหน้าไปขี่สัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณพุ่งใส่จินเฟยเหยา
“น้องจือ!” หวาซีห้ามนางไว้ไม่ได้ ได้แต่ปล่อยให้นางพุ่งออกไป
ส่วนเนี่ยนซีน้อยกลับฉุดดึงเขา เอ่ยอย่างหวาดกลัวอยู่บ้าง “ท่านพ่อ น้าเสี่ยวจือสู้กับพี่สาวคนนั้น ข้ากลัว”
“หวั่นซีไม่ต้องกลัว มาให้พ่ออุ้ม” หวาซีอุ้มหวาหวั่นซีขึ้นอย่างรักใคร่ ตั้งใจให้จินเฟยเหยาได้รับความลำบากนิดหน่อย จึงมองคนทั้งสองต่อสู้กันกับหวั่นซี
สัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณของหวาเสี่ยวจือพุ่งขึ้นกลางอากาศ แฝงด้วยคาววายุ คำรามเข้าใส่จินเฟยเหยา
“มีสัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณแล้วยอดเยี่ยมนักหรือ ข้าก็มีเช่นเดียวกัน” จินเฟยเหยาเก็บพรมบิน คายทงเทียนหรูอี้ออกมา พริบตาก็กลายเป็นสัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณโปร่งใสขนาดยักษ์สองตัว นางกระโดดขึ้นตัวหนึ่งในนั้น พุ่งเข้าหาหวาเสี่ยวจือที่มีสีหน้าประหลาดใจ
ไม่รู้ว่าของวิเศษของอีกฝ่ายเป็นสิ่งใด คิดไม