้นี้พูดจาโอหังบังอาจ วันนี้ต้องสั่งสอนเสียหน่อย ให้นางรู้ว่าจะพูดจาเหลวไหลไม่ได้”
“มีคนที่ไม่ได้รับการอบรมสั่งสอนโผล่มาอีกแล้ว!” จินเฟยเหยามองอย่างละเอียด คนผู้นี้สวมชุดกระโปรงยาวสีดำ ใบหน้าเย็นชาดุจน้ำค้างแข็ง ดูแล้วคุ้นตาอยู่บ้าง
เอ๋ นี่คือสตรีชื่อหวาเสี่ยวจือซึ่งเป็นผู้เพาะเลี้ยงวิญญาณที่ประมูลในหอผิ่นเมิ่งในวันนั้นมิใช่หรือ เหมือนจำได้ว่าตอนนั้นมีพลังการบำเพ็ญเพียรขั้นหลอมรวม พอเห็นวันนี้ เหตุใดพลังการบำเพ็ญเพียรจึงลดลงเหลือขั้นสร้างฐานช่วงปลาย
จริงสิ หรือว่ายายนี่ใช้โลหิตปฐมคืนชีพใครบางคนให้แขกที่ประมูลได้ไป ดังนั้นพลังการบำเพ็ญเพียรจึงลดลงจากขั้นหลอมรวม แต่หวาซีสามารถเลื่อนจากขั้นฝึกปราณกลับเป็นขั้นหลอมรวมได้อย่างรวดเร็ว พวกเขาน่าจะมีวิธีลับในการฟื้นฟูพลังการบำเพ็ญเพียร บนสัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณของยายนี่ไม่มีคน ดูท่าน่าจะเลี้ยงวิญญาณสำเร็จ ได้ศิลาวิญญาณชั้นกลางห้าล้านก้อนแล้ว
จินเฟยเหยาเปลี่ยนความคิด จงใจเอ่ยอย่างคลุมเครือ “ข้ายังนึกว่าใคร ที่แท้คือหวาเสี่ยวจือที่ขายตัวได้เงินก้อนโตนี่เอง”
“เจ้าอยากตายหรือ!” หวาเสี่ยวจือนั่งบนสัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณ นัยน์ตาหงส์ที่ชำเลืองมองเผยแววดุร้ายทันที
จินเฟยเหยาเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “อย่าว่าแต่ตอนเจ้าอยู่ขั้นหลอมรวมข้ายังไม่กลัวเจ้า ตอนนี้เจ้าเป็นผู้บำเพ็ญเซียนขั้นสร้างฐาน ข้าไม่กลัวการกำจัดเจ้าทิ้งตรงหน้าประตูบ้านเจ้าเลยสักนิด”
“วาจาโอหังไม่เบ