ี่ยปู้ชิงตอบสนองอย่างรวดเร็ว หันกายมายกอาวุธเวทฟันบนฟองแสง เปลวไฟสีฟ้าดำวาบขึ้น อาวุธในมือของเขากลายเป็นเศษซาก
“อา!” เห็นฉากเช่นนี้ เยวี่ยปู้ชิงก็ตกตะลึงหน้าเปลี่ยนสี เขารู้เรื่องที่จอมมารหลงถูกคนปล่อยไป ถึงเขาจะไม่รู้ว่าจอมมารหลงเป็นใคร ทว่าเรื่องที่แม้แต่อาจารย์ยังร้อนใจ ต้องเป็นบุคคลที่ร้ายกาจอย่างยิ่งแน่
ส่วนคนที่ปล่อยเขาไป เห็นว่าเป็นคนที่ฝึกเคล็ดวิชามารเช่นเดียวกัน ได้ยินว่ามาจากเมืองวั่นเซียนสุ่ย ดังนั้นอาจารย์จึงถ่ายทอดเสียงมาเป็นพิเศษ ให้เขาสังเกตว่าในเมืองวั่นเซียนสุ่ยมีคนที่ใช้เปลวไฟสีดำหรือไม่
ทั้งยังกำชับเขาเป็นพิเศษว่า ถ้าพบคนเช่นนี้ต้องหลีกให้ไกล และไปแจ้งตึกซ่างเซียนทันที ไม่ให้ต่อสู้ด้วยตนเอง ทว่าตอนนี้ เปลวไฟสีดำนี่ หรือว่าเป็นคนที่อาจารย์เอ่ยถึง?
เยวี่ยปู้ชิงเพียงแค่เห็นเปลวไฟสีดำ ดังนั้นเขาจึงเชื่อว่าบังเอิญ ตอนนั้นฟ้าแค่มืด ดังนั้นจึงมองเห็นไม่ชัด คงไม่ใช่คนที่ปล่อยจอมมารหลงไป
ทว่า ฟ้ายิ่งมืด ก็ยิ่งมองเห็นเปลวไฟได้ชัดเจนขึ้น จะมองเห็นไม่ชัดได้อย่างไร เป็นไปได้อย่างไรที่จะมองเห็นเปลวไฟธรรมดาเป็นเปลวไฟสีฟ้าดำ
……………………………………….
[1] เฝ้าตอไม้รอกระต่าย หมายถึง รอคอยลาภลอย
[2] เจิง หรือ กู่เจิง เป็นเครื่องสายชนิดหนึ่งใช้สำหรับดีดบรรเลง ในภาษาญี่ปุ่นคือ โคโตะ