“ข้าไม่เคยเห็นคนเผ่ามาร ถ้าพวกเจ้าไม่มีอะไรก็ไปได้แล้ว” สตรีผู้นี้เชิดคางขึ้น เอ่ยวาจาไล่แขกด้วยท่าทางเลวร้าย
“สหายเซียนท่านนี้โปรดรอสักครู่ พวกเรายังต้องตรวจค้นในห้องรอบหนึ่ง” เห็นนางเป็นผู้ฝึกกระบี่ ท่าทีของผู้บำเพ็ญเซียนเหล่านี้จึงดีขึ้นนิดหน่อย
ผู้ฝึกกระบี่ที่พันกายด้วยผ้าสีขาวคนนี้เอ่ยอย่างเดือดดาล “มีอะไรต้องตรวจค้น ห้องเล็กแค่นี้ ยืนอยู่ตรงประตูก็มองเห็นชัดเจนแล้ว ยังต้องเข้าไปอีก!”
“สหายเซียนท่านนี้อย่าถือโทษเลย ครู่เดียวก็เสร็จๆ” ผู้บำเพ็ญเซียนของตึกซ่างเซียนแย้มยิ้มประจบเอาใจไม่หยุด
ยามนี้ ผู้รับใช้คนนั้นรีบวิ่งมาจ้องมองใบหน้าของสตรีผู้นี้แล้วส่ายศีรษะให้ผู้บำเพ็ญเซียนที่ถือรายชื่อ ส่วนผู้บำเพ็ญเซียนที่ตรวจค้นห้องก็เดินออกมาบอกว่า “ไม่พบอะไร”
ในเมื่อหาคนไม่พบ เช่นนั้นต้องเอ่ยวาจาดีๆ สักหน่อย หลายคนเค้นรอยยิ้มให้สตรีผู้นี้พลางเอ่ย “ขอบคุณสหายเซียนที่ให้ความร่วมมือกับพวกเรา ตอนนี้เชิญสหายเซียนกลับเข้าห้องได้แล้ว ขอบคุณๆ”
ผู้ฝึกกระบี่สตรีถลึงตามองพวกเขาอย่างเดือดดาล จากนั้นส่งเสียงขึ้นจมูกอย่างเย็นชา แล้วปิดประตูอย่างแรง
“ไป ยังมีห้องถัดไปที่ยังไม่ได้ตรวจค้น เร็วหน่อย” ผู้บำเพ็ญเซียนของตึกซ่างเซียนเคยชินกับใบหน้าเย็นชาแบบนี้แล้ว จึงร้องเรียกให้ไปยังห้องถัดไป จากนั้นก็มีเสียงตะโกนว่าถ้ายังไม่เปิดประตูจะพังเข้าไปดังมาอีก
“ทำให้ข้าตกใจแทบตาย โชคดีที่ไม่มีผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมร