อยู่ใต้ท้องเรือ ทั้งยังใช้พวกพืชน้ำจำนวนมากมาแปะไว้บนฟองแสงนรก จากนั้นก็ซ่อนกายอยู่ในฟองแสงนรกมาตลอด
หลายวันนี้จินเฟยเหยายุ่งอยู่ตลอดเวลา พยายามวาดยันต์ซ่อนกายให้ตนเองอย่างสุดชีวิต บวกกับยันต์ที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ ตอนนี้มีนับร้อยใบแล้ว นางซื้อสิ่งของที่จำเป็นทั้งหมดและวางแผนว่าจะอยู่ที่ก้นเรือแบบนี้ เวลาล่าสัตว์ครึ่งปีที่ตกลงกันไว้ ที่จริงเพิ่งผ่านไปสองเดือนกว่า แต่จินเฟยเหยาคาดเดาว่าตึกซ่างเซียนอาจจะกลับไปก่อนล่วงหน้า
ต่อให้ไม่กลับไป จินเฟยเหยาก็ไม่กลัว ถ้าใช้ยันต์ซ่อนกายทั้งหมดจนเกลี้ยง นางยังสามารถใช้เวลาครึ่งชั่วยามเข้าไปในอ่างมายาจิ่งเทียนทำยันต์ซ่อนกายเพิ่มเติมได้ ขอเพียงไปมารวดเร็ว ระดับความอันตรายก็จะลดลงไม่น้อย
ขณะที่จินเฟยเหยาซ่อนตัวได้ไม่ถึงสองวัน หลินอวี่และเทียนกงเจินเหรินก็เดือดดาลกลับมา ในกลุ่มศิษย์ที่อยู่ด้านหลังยังมีคนถูกมัดตัวคนไว้ห้าหกคน ในจำนวนนั้นมีผู้บำเพ็ญเซียนสตรีท่าทางกระเซอะกระเซิงคนหนึ่ง ร้องห่มร้องไห้มาตลอดทาง
ในคนที่ถูกมัดไว้ ยังมีคนที่ใช้เสียงแหบแห้งด่าทอ พอได้ยินก็รู้ว่าคงด่าทอมาตลอดทาง ขนาดเสียงยังแหบแห้ง
“ปล่อยข้านะ เจ้าพวกสารเลว หอฉีเทียนของพวกเจ้าไม่เห็นคนอื่นอยู่ในสายตามากไปแล้ว วังเฟิ่งเฉาต้องมาทวงความยุติธรรมแน่นอน คิดไม่ถึงว่าจะกล้าทำร้ายองค์หญิงน้อยของพวกเรา ทั้งยังกล้าจับมัดพวกเรา เจ้าพวกสารเลว”
ยามนี้หลินอวี่และเทียนกงเจินเหรินหงุดหงิดแทบตาย