ั้นหลอมรวม ก็ยังพูดจาโอหังบังอาจ พวกเขายกทั้งบิดาและท่านย่า เอ่ยชื่อบุคคลสำคัญแต่ละคนออกมา เทียนกงเจินเหรินถือว่าคำพูดเหล่านี้เป็นเพียงแค่ลมพัดผ่านหู แสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน ยังคงตรวจสอบทุกคนอย่างสงบนิ่งดังเดิม
เผชิญหน้ากับพลังกดดันเหล่านี้ ในใจของเทียนกงเจินเหรินแค้นหลินอวี่จนกัดฟันกรอดๆ เจ้าหมอนี่บอกตรงๆ ว่าไม่อยากตรวจสอบ เรื่องนี้พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้ ถึงอย่างไรเป็นเรื่องที่ถึงตายก็ไม่ยอมกระทำ ถ้าเทียนกงเจินเหรินไม่ยินยอมด้วย เช่นนั้นเรื่องนี้ก็แล้วกันไป อย่างมากตึกซ่างเซียนก็กลับไปก่อนล่วงหน้าไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้
เทียนกงเจินเหรินถูกบีบจนหมดหนทาง ได้แต่กระทำเรื่องนี้เอง เขาคาดเดาได้ ถ้าทำแบบนี้แล้วยังหาผู้บำเพ็ญเซียนสตรีที่ใช้ไฟนรกคนนั้นไม่พบ ตนเองล่วงเกินคนนอกมากมายปานนี้ กลับไปไม่ต้องเอ่ยถึงว่าไม่ได้ความชอบ ยังต้องถูกอาจารย์ลงโทษอีก
นึกถึงการลงโทษ เขาพลันนึกขึ้นได้ ถ้าเขาหันหน้าเข้าฝาผนังสำนึกตน ก็ทำให้คนเหล่านี้มาหาเรื่องเขาไม่ได้ พอมีความคิดเช่นนี้ ดูเหมือนเขาจะหวังให้สตรีผู้นี้อย่าปรากฏตัวขึ้นในฝูงชนอยู่นิดๆ
ท่ามกลางเสียงสาปแช่งของทุกคน ในที่สุดเทียนกงเจินเหรินก็ตรวจสอบทุกคนเสร็จสิ้น ในนั้นไม่มีผู้บำเพ็ญเซียนที่ปลอมแปลงตัวเหมือนอย่างที่หวังไว้ ดังนั้นผู้รับใช้จึงไม่พบจินเฟยเหยาในนั้น
หลังจากความทุกข์ทรมานผ่านพ้น เขาก็โยนสถานการณ์วุ่นวายของวังเฟิ่งเฉาให้หลินอวี่ แล้วสะบัดก้