มา จินเฟยเหยาถือมุกไว้เบื้องหน้า พบว่าด้านบนมีอักษร ‘พาน’ น่าจะเป็นสิ่งของของผู้บำเพ็ญเซียน มองดูอยู่ครู่หนึ่งนางก็ใส่มุกลงในกระเป๋าเก็บของ ไม่ได้ใช้พลังวิญญาณชำระมุกเม็ดนี้ทันที ในทางน้ำที่สถานการณ์ไม่ชัดเจนเช่นนี้ กระทำเรื่องใช้พลังวิญญาณชำระวัตถุที่ไม่รู้จัก ก็คือการรนหาที่ตาย
เก็บมุกขนาดเท่ากำปั้นเม็ดนี้ จินเฟยเหยาใช้การรับรู้ค้นหาในเศษซากที่เหลือต่อว่ามีสิ่งของที่มีปราณวิญญาณหรือไม่ น่าเสียดายที่ในซากสัตว์ปิศาจที่ลอยออกมา นางไม่พบสิ่งที่มีปราณวิญญาณใดๆ อีก
จินเฟยเหยาถอนหายใจ ได้แต่พาพั่งจื่อลอยไปข้างหน้า ยังเป็นทางน้ำอันมืดมิดดังเดิม น้ำไม่ไหลเลยสักนิด ไม่ว่าปลาหรือสัตว์ปิศาจก็ไม่ปรากฏตัวขึ้นอีก พวกนางลอยอย่างโดดเดี่ยวในทางน้ำอยู่เช่นนี้ เวลานี้ต่อให้พั่งจื่อคิดจะเข้าอ่างมายาจิ่งเทียน จินเฟยเหยาก็ไม่ให้มันกลับเข้าไป สถานที่ที่โดดเดี่ยวและน่าเบื่อขนาดนี้ ไม่หาเพื่อนไว้สักคนจะทานทนได้อย่างไร
“ทางน้ำ อุโมงค์ใต้ดิน ข้าไม่อยากมาสถานที่เช่นนี้อีกแล้ว ไม่อยากทนอีกแล้วจริงๆ ต่อไปข้าจะไปแต่สถานที่ที่มองเห็นท้องนภา สถานที่มืดมิด เย็นชื้น เล็ก และแคบแบบนี้ ใครอยากจะไปก็ให้เขาไปเถอะ” จินเฟยเหยาด่าทอเบาๆ ทางน้ำอันไร้ขอบเขตนี้ ทำให้อารมณ์ของนางตกต่ำลงจนถึงขีดสุด
ด่าไปด่ามา นางพลันพบว่า ฟองแสงนรกไม่ขยับ ตนเองกำลังใช้พลังวิญญาณกระตุ้นอยู่ชัดๆ นานแล้วทำไมจึงไม่เห็นฟองแสงนรกขยับสักนิด เกิดอะไรข