ในทางน้ำ พอดูก็รู้ว่าสัตว์ปิศาจตัวนี้ขยับไม่ได้ อีกทั้งศีรษะของมันก็ใหญ่โตไม่เบา คาดว่าน่าจะอยู่มาเกินหลายร้อยปีจึงติดอยู่ในทางน้ำแบบนี้ แม้แต่ร่างก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของทางน้ำ น่าสงสารจริงๆ
ในใจจินเฟยเหยาเกิดความรู้สึกสงสารอย่างบอกไม่ถูก ถ้าคนผู้หนึ่งถูกกักขังเช่นนี้ ตายก็ตายไม่ได้ ขยับก็ขยับไม่ได้ อยู่คนเดียวโดดเดี่ยวแบบนี้มาหลายร้อยปี ต้องหวังให้มีคนสังหารตนเองปลดเปลื้องออกจากชีวิตเช่นนี้แน่
ค่อยๆ ไปข้างหน้า จินเฟยเหยาใช้การรับรู้ค้นหาในเศษซาก คิดจะดูว่ามีผู้บำเพ็ญเซียนที่เคยถูกสัตว์ปิศาจตัวนี้กลืนกินหรือไม่ แต่ระดับการกัดกร่อนของของเหลวสีเหลืองเหล่านี้รุนแรงยิ่ง ปกติไม่น่าจะมีอะไรเหลือ
“แม้แต่ตานสัตว์ปิศาจก็ไม่มี เจ้านี่เป็นสัตว์ปิศาจขั้นใดกันแน่ ดูไม่ออกเลยจริงๆ”
จินเฟยเหยาหมดหวัง นางไม่ได้หวังสิ่งของของบรรพชนรุ่นก่อน ทว่านางยังนึกว่าจะได้ตานสัตว์ปิศาจตัวนี้มา คิดไม่ถึงว่าแม้แต่ตานสัตว์ปิศาจก็ยังไม่มี โชควาสนาย่ำแย่จริงๆ
ทันใดนั้น การรับรู้ของนางก็กวาดผ่านกองซากสัตว์ปิศาจและดินโคลนหนา รู้สึกได้ถึงปราณวิญญาณเบาบางขุมหนึ่ง ในใจจินเฟยเหยายินดี รีบใช้มือคว้าจับในความว่างเปล่า มุกสีขาวเม็ดหนึ่งลอยออกมา ดูลักษณะแล้วไม่ใช่ตานสัตว์ปิศาจ นางไม่กล้านำมาไว้ในฟองแสงนรกทันที ทว่าให้มันหยุดอยู่นอกฟองแสงนรก แล้วใช้การรับรู้ตรวจสอบ
ใช้การรับรู้กวาดดูหลายรอบก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ นางจึงนำมุกเข้า