ารมณ์เสียอะไร แค่มีคราบโลหิตกระเซ็นบนผิวน้ำแข็งนรก ด้านล่างไม่มี ทำแบบนี้ก็พอ” จินเฟยเหยาใช้มือแทงลงในน้ำแข็งนรกอย่างแรง แม้แต่ก้อนน้ำแข็งที่มีสาวงามก็ถูกขุดออกมาจากสระน้ำแข็งนรก โยนพวกนางลงไปในพุ่มไม้ข้างสระโดยไม่เหลือบแลสักนิด นางโยนไปพลางตรวจสอบในน้ำแข็งนรกว่ามีมุกหรือไม่ ขณะที่กำลังโยนอย่างยินดี ทิวทัศน์เบื้องหน้าเริ่มพร่าเลือนอีกครั้ง
“แย่แล้ว หรือว่ามีคนนำมุกทลายเขตแดนมาทำลายเรื่องดีงามของข้าอีก” จินเฟยเหยาอดด่าทอไม่ได้
นางปรากฏตัวในถ้ำศิลาอีกครั้งจริงๆ ยังอยู่ในท่าขุดน้ำแข็งนรก ส่วนพั่งจื่อก็ปรากฏตัวขึ้นในสถานที่ห่างไปออกไปสามก้าว มองภายในทางเดินศิลา ไม่พบบรรดาผู้บำเพ็ญเซียนที่ถือมุกทลายเขตแดน ท่าทางจะออกมาเอง นางเบ้ปากยืนตรงอย่างไม่พอใจ พลันพบว่าเหนือศีรษะมีบางอย่าง เงยหน้าขึ้นมอง มุกโปร่งใส่ขนาดเท่าเม็ดลำไยเม็ดหนึ่งกำลังลอยอยู่ด้านบน นางคว้ามุกไว้ พบว่าด้านบนมีอักษร ‘ราคะ’ ตัวหนึ่ง
ราคะ? คงไม่ได้หมายความว่าตนเองทลายเขตแดนราคะ ส่วนมุกเม็ดนี้คือหลักฐาน จินเฟยเหยาอดหัวเราะลั่นอย่างกะทันหันไม่ได้ คนสร้างภาพมายาช่างน่าขำจริงๆ สร้างภาพมายาหญิงงามล้วนทดสอบสตรี ไร้สมอง อย่างน้อยก็น่าจะทำบุรุษหล่อเหลาหลายๆ คนจึงถูกต้อง แบบนี้เหมือนไม่ค่อยจริงจัง จะเป็นเรื่องง่ายดายเช่นนี้ได้อย่างไร ไร้สาระจริงๆ
เพียงแต่เห็นมุกในมือ จินเฟยเหยาก็ขบคิดไม่เข้าใจ เหตุใดคนของสำนักเฉวียนเซียนจึงไม่อธิบายส