“อยากโชคดีเหมือนเจ้าจริงๆ มีชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย” จินเฟยเหยาจุปาก มองอี้จือพลางเอ่ยอย่างอิจฉา
“ข้าสุขสบายอะไร เจ้าก็อยู่อย่างสบายมิใช่หรือ” อี้จือมองพั่งจื่อด้านหลังนาง ถามอย่างสงสัย “กบของเจ้าเป็นสัตว์ภูติอะไร ท่าทางเชื่อฟังยิ่ง ข้าไม่เคยเห็นสายพันธุ์นี้มาก่อน”
“นี่หรือ? ไม่ใช่สัตว์ภูติล้ำค่าอะไร เป็นแค่สัตว์ปิศาจธรรมดาตัวหนึ่งเท่านั้น หาได้ง่ายยิ่ง” จินเฟยเหยายิ้มอย่างเกรงอกเกรงใจ
“โอ๋? เป็นสัตว์ภูติอะไรกันแน่”
จินเฟยเหยาอยากจะบอกว่าเป็นกบผานอวิ๋น ทว่าพินิจลักษณะของพั่งจื่อ นอกจากลายเมฆแล้วก็มีลักษณะเหมือนกบผานอวิ๋นแค่สองอย่าง เพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยาก หลังจากครุ่นคิดนางจึงเอ่ยว่า “นี่เรียกว่าไท่จื่อโซ่ว เป็นสัตว์ภูติที่ข้าซื้อมาจากแผงข้างทาง เจ้ากลับไปลองหาดูในเมืองลั่วเซียน น่าจะหาไม่ยาก”
“ไท่จื่อโซ่ว[1]? ชื่อนี้ประหลาดนัก” อี้จือมองพินิจพั่งจื่ออย่างสังสัย ส่วนพั่งจื่อหลังจากได้ยินจินเฟยเหยาบอกว่ามันเป็นไท่จื่อโซ่ว พลันเชิดคางขึ้น ยืดอกไพล่แขนไว้ด้านหลัง ทำท่าทางอหังการอย่างเต็มที่
ประหลาดหรือ? ย่อมประหลาดแน่นอน กบที่มีระดับความสำราญในการใช้ชีวิตไม่ด้อยไปกว่าไท่จื่อ ผู้ใดเลี้ยงผู้นั้นย่อมรู้รสชาติ จินเฟยเหยาหัวเราะหึหึ ตำหนิในใจ
จินเฟยเหยาเพียงแค่พูดไปอย่างนั้นเอง อี้จือกลับเชื่อ ปรบมืออย่างดีใจพลางเอ่ยว่า “ข้าจะไปหาอาจารย์เดี๋ยวนี้ ให้นางหาไท่จื่อโซ่วให้ข้าสักตัว ท่าทางมันโ