ี้ยงขึ้นมาฟื้นฟูพลังวิญญาณบนเรือได้ ทว่าอย่างมากขึ้นได้แค่ครั้งละสองคน
“ฟู่ว…” จินเฟยเหยาถอนหายใจยาว เงยหน้ามองไปยังที่ไกลๆ อีกนานเพียงใดจึงถึงจุดหมาย ตะเกียบในมือยืนเข้าไปในหม้อ นางคีบเนื้อชิ้นหนึ่ง เป่าแล้วใส่ปาก เคี้ยวเนื้อพลางเอ่ยพึมพำ “ฝีมือของต้านิวดีขึ้นทุกที จ๋าจู่[3]หม้อนี้อร่อยจริงๆ รสชาติเยี่ยมทั้งยังสดใหม่ ข้าว่านะพั่งจื่อ เจ้ารีบแต่งงานกับต้านิวเถอะ ฝีมือเยี่ยมขนาดนี้ ถ้ากบตัวอื่นแย่งไป เจ้าอย่าเสียใจภายหลังนะ”
“อ๊บๆ” พั่งจื่อไม่สนใจคำเตือนของจินเฟยเหยาเลยสักนิด กบผานอวิ๋นในโลกนี้ โดยพื้นฐานแล้วไม่มีที่ตัวใหญ่สักตัว
บนพรมบิน กบร่างใหญ่เกินขนาดตัวหนึ่ง กำลังนั่งล้อมหม้อขนาดใหญ่บนเตาหิน กินอาหารนานาชนิดที่ต้มในนั้นราวกับสาวน้อยผู้งดงามและบอบบาง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นอาหารที่จินเฟยเหยาซื้อไว้ล่วงหน้าและใส่ไว้ในอ่างเรียกทรัพย์ระยะหนึ่งแล้ว หลายวันนี้ต้านิวพบว่าอาหารจำนวนมากใกล้จะเสีย จึงรีบออกมาหารือกับจินเฟยเหยา ว่าจะกินทั้งหมดหรือไม่
กินให้หมดนั้นไม่มีปัญหาเลยสักนิด เพียงแต่อาหารมีมากเกินไปและผสมปนเปกัน จินเฟยเหยาจึงแนะนำให้ต้มทุกอย่าง ระหว่างทางนางสูญเสียพลังวิญญาณในการใช้งานพรมบิน ถ้าหากไม่กินยา ก็ต้องกินอาหารมาเสริมพลังวิญญาณในร่างกาย นี่คือความแตกต่างอย่างมากระหว่างนางกับผู้บำเพ็ญเซียนอื่นๆ พวกเขาต้องอาศัยการดูดซับปราณวิญญาณระหว่างฟ้าดิน ทว่าจินเฟยเหยาสามารถดูดซับพลังว