ต้องเป็นการต่อสู้ที่รุนแรงอย่างยิ่ง เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะเลือกใช้วิธีใดมาตัดสินแพ้ชนะ จินเฟยเหยาไม่อยากประลองตัวต่อตัวที่สุด เพราะพลังการบำเพ็ญเพียรของนางเพิ่งขั้นสร้างฐานช่วงต้น นางนึกว่าตนเองอ่อนแอที่สุด เรือเหาะหยุดอยู่เหนือศิลายักษ์
บนเรือเหาะของทั้งสองฝ่ายล้วนมีผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่กลายเป็นแสงสายหนึ่งร่อนลงบนศิลายักษ์ จินเฟยเหยายื่นหน้ามาดู เห็นผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่สิบกว่าคนรวมอยู่ด้วยกัน ไม่รู้ว่ากำลังพูดอะไร นางไม่กล้าปลดปล่อยการรับรู้ไปแอบฟัง คนที่มาของโลกเซียวไท่เป็นใครนางไม่รู้จัก ทว่าผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่ฝั่งพวกนางที่ไป จินเฟยเหยามองเห็นได้ชัดเจน ทั้งห้าล้วนลงมาจากเรือเหาะของตำหนักลั่วเซียน หนึ่งเกาะไปหนึ่งคนพอดี
พวกเขาหารืออยู่ครู่หนึ่ง ราวกับเห็นพ้องต้องกัน ทั้งหมดจึงบินกลับมายังเรือเหาะของตนเอง ผ่านไปชั่วจิบชาหนึ่งถ้วย ยันต์ถ่ายทอดเสียงร้อยกว่าใบก็บินออกมาจากเรือเหาะเหล่านั้น ร่อนลงบนของวิเศษบินได้แต่ละชิ้น ท่าทางจะเป็นคำสั่งจัดการประลองของตำหนักลั่วเซียนส่งให้พวกเขา มีเพียงผู้บำเพ็ญเซียนขั้นสร้างฐานของสำนักเฉวียนเซียนที่ไม่มีใครแจ้ง แต่ละคนได้แต่ครุ่นคิดเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างสงบ
ในที่สุด ครึ่งชั่วยามต่อมา ของวิเศษบินได้ของทั้งสองฝ่ายก็เคลื่อนไหว ทิศทางเป็นด้านเหนือของศิลายักษ์ รอจนอ้อมมาถึงด้านนั้น จินเฟยเหยาจึงพบว่าด้านล่างสุดของศิลายักษ์ทา