นี้ก็ยังไม่ขยับตัวอยู่นาน ขณะที่ผู้บำเพ็ญเซียนที่ไม่รู้ความจริงนึกว่าจินเฟยเหยาได้รับบาดเจ็บจนสลบไป นางก็บิดขี้เกียจลุกขึ้นนั่ง นวดไหล่นวดเอว มองไปรอบด้านราวกับไม่เป็นไร ดวงตาสลึมสลือเห็นกองหินสีแดงขนาดยักษ์ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
กองศิลาสีแดงราวกับโม่หินขนาดยักษ์ จากเหนือจรดใต้ยาวนับพันจั้ง สูงหลายร้อยจั้ง ทว่าหลังบินเข้าไปใกล้จึงพบว่านี่มิใช่กองหิน ทว่าเป็นก้อนศิลาขนาดยักษ์ก้อนหนึ่ง ทั้งภูเขาคือศิลาก้อนเดียว
จินเฟยเหยาหายง่วงงุนเป็นปลิดทิ้ง ลุกขึ้นมองศิลายักษ์กลางทะเลทรายเบื้องหน้า รอบด้านราบเรียบ จากยอดเขาถึงเชิงเขาดิ่งชัน ไม่เห็นพื้นที่ลาดเอียง ในยามนี้เอง ศิลายักษ์ฝั่งตรงข้ามพลันปรากฏเรือเหาะสายหนึ่ง จากนั้นก็เป็นสองแถว สามแถว ของวิเศษบินได้ปรากฏขึ้นบนฝั่งตรงข้ามมากขึ้นทุกที ท่าทางจะเป็นคู่ต่อสู้ในครั้งนี้ ผู้บำเพ็ญเซียนแห่งโลกเซียวไท่มาถึงแล้ว
ฟังชื่อโลกของผู้อื่น โลกเซียวไท่[4] แล้วดูชื่อโลกของตนเอง โลกหนานซาน[5] หลังจากรู้ชื่อของอีกฝ่าย จินเฟยเหยาก็รู้สึกไม่สบายใจ โลกที่ตนเองถือกำเนิดจนเติบใหญ่แห่งนี้ แค่ชื่อก็วุ่นวายพอดูแล้ว หนานซาน หนานซานคือสถานที่ใดกันแน่ ไม่เคยได้ยินมาก่อน ทว่าโลกเซียวไท่ของอีกฝ่าย แค่ได้ยินชื่อก็เต็มไปด้วยกลิ่นอายล่องลอยราวกับมีและไม่มี
เรือเหาะของทั้งสองฝั่งล้วนเข้าไปใกล้บนก้อนหินยักษ์ จินเฟยเหยาประมาณด้วยสายตา จำนวนคนของทั้งสองฝ่ายใกล้เคียงกัน ท่าทางนี่