ำเนิดใหม่ของสำนักเฉวียนเซียนออกมา ชายชราที่อวบอ้วนคนนี้ใช้ดวงตากวาดมองบนร่างของบรรดาผู้บำเพ็ญเซียนอิสระที่ไม่ยอมสยบเหล่านี้ พริบตาทุกคนก็รู้สึกว่ามีเหงื่อเย็นเยียบทั่วศีรษะ ในใจยอมรับอย่างจริงใจทันที
จินเฟยเหยาก็ถูกพลังกดดันของขั้นกำเนิดใหม่กวาดใส่จนไม่กล้าขยับตัว ดูท่าไม่อบรมบ่มเพาะศิษย์ของตนเอง แต่รับผู้บำเพ็ญเซียนอิสระขั้นสร้างฐานเป็นศิษย์ในสำนักโดยเฉพาะ มักต้องใช้กำลังมากดดันคน ไม่เช่นนั้นพอเกิดเรื่อง ทุกคนก็จะสะบัดก้นหนีไป คนของสำนักเฉวียนเซียนเกียจคร้านยิ่ง ใช้กำลังบังคับให้พวกเราขายชีวิตให้เช่นนี้ สู้ใช้เวลาหลายร้อยปีบ่มเพาะศิษย์ที่ภักดีเองจะดีกว่า แก่ชราถึงปานนี้แล้วจะได้ไม่ต้องมาทำเรื่องเช่นนี้อีก จินเฟยเหยาก้มหน้า คิดอย่างร้ายกาจ
เดิมทีนึกว่าผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่คนนี้มาถึงพอแสดงพลานุภาพให้ทุกคนประจักษ์แล้วน่าจะจากไป แต่คิดไม่ถึงว่าเจ้าหมอนี่จะนั่งลงบนเก้าอี้ ทั้งไม่เก็บพลังกดดันกลับคืนและไม่มีทีท่าว่าจะจากไป
[1] หลี คือ สาลี่