ที่พูดไม่พบ รู้สึกเหมือนเหนือศีรษะมีผึ้งบินอยู่ฝูงหนึ่ง ไล่อย่างไรก็ไม่ไป
“เงียบ ผู้อาวุโสโม่มีเรื่องจะพูด” ทันใดนั้น ด้านหน้าห้องโถงหลักมีคนตะโกนขึ้นเสียงดัง บรรดาผู้บำเพ็ญเซียนที่เอะอะเงียบลงทันที ทั้งหมดมองตรงไปด้านหน้าห้องโถงหลัก
จินเฟยเหยาก็ชะเง้อ มองไปด้านหน้าผ่านช่องว่างระหว่างศีรษะคน เห็นชายชราผมหงอกขาวผู้หนึ่งเดินมาข้างหน้าอย่างเกียจคร้าน
“เอ๋ นี่คือผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมรวมคนที่ข้าเคยพบมิใช่หรือ ที่แท้เขาแซ่โม่”
ผู้อาวุโสโม่เดินมาถึงด้านหน้าผู้บำเพ็ญเซียนทุกคน จามฮัดชิ้วหนหนึ่ง ล้วงหูพลางเอ่ยว่า “เจ้าหนูอย่างพวกเจ้าจงฟังให้ดี หาเจ้านายของสัตว์อะไรนะ อ้อ สัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณพบแล้ว เป็นผู้บำเพ็ญเซียนขั้นฝึกปราณชื่ออะไรซีๆ สักอย่างของสำนักชิงโซ่ว ตอนนี้ตำหนักลั่วเซียนกำลังตามล่าเขาอยู่ พวกเราได้รับการจัดสรรให้ไปทางทิศตะวันตก พวกเจ้าไปล้อมทางทิศตะวันตกเอาไว้ จะสังหารหรือจับเป็นก็ตามสบาย อย่างไรเสียคนที่สังหารก็ได้เงินรางวัลก้อนใหญ่ เอาละพวกเจ้าไสหัวไปได้แล้ว ข้ายังต้องกลับไปนอนอีก”
ผู้อาวุโสโม่เอ่ยตามสบายจบก็ทิ้งผู้บำเพ็ญเซียนขั้นสร้างฐานกลุ่มนี้ไว้แล้วสะบัดก้นจากไป
จากนั้นศิษย์ทำธุระขั้นสร้างฐานคนหนึ่งจึงรีบเดินมาข้างหน้า ประสานมือเอ่ยขออภัยทุกคน “ศิษย์พี่ศิษย์น้องทุกท่าน สัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณอันตรายไม่เบา ขอให้ทุกท่านระวังตัว ขอเพียงสามารถจับเป็นหรือสังหารเจ้านายหรือสัตว์เ