ตัวรุดกลับไปสำนักชิงซวีทันที
ในเวลาเดียวกัน จินเฟยเหยาก็ได้รับยันต์ถ่ายทอดเสียงที่ห้องโถงหลักส่งมา ยันต์คำสั่งเร่งด่วนแบบนี้ส่งเสียงแสบแก้วหู ทำให้คนคิดจะไม่อ่านก็ไม่ได้
“มีเรื่องอะไร ถึงกับส่งคำสั่งด่วน หรือว่าสำนักเฉวียนเซียนพบเจอศัตรูร้ายกาจต้องสลายตัว?” จินเฟยเหยาเดินพึมพำเข้าไปฉีกยันต์ถ่ายทอดเสียง ได้ยินด้านในมีน้ำเสียงเข้มงวดดังมา “ให้ศิษย์ทั้งหมดมารวมตัวกันที่ห้องโถงหลัก”
จินเฟยเหยาลูบจมูก รู้สึกเหนือความคาดหมายอยู่บ้าง หลังจากนางมาถึงเกาะทองคำนอกจากวันแรกนี่เป็นครั้งที่สองที่มีคนเรียกนางไปห้องโถงหลัก หลายปีมานี้ ขนาดผู้อาวุโสของสำนักเฉวียนเซียนสักคนนางก็ไม่เคยพบ หลี่ว์เหนียงเนียงก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่เคยเรียกนางไปพบสักครั้ง จินเฟยเหยาคิดนิดหนึ่งก็จัดแจงเสื้อผ้าและผมเผ้า เหยียบพรมบินเหาะไปห้องโถงหลัก
ทุกคนเหมือนผึ้งแตกรัง ทั้งหมดบินออกมาจากถ้ำเซียนอันร่มเย็นเหาะไปยังห้องโถงหลัก จินเฟยเหยาเร่งรุดมาถึงห้องโถงหลัก แลเห็นคนมากมาย ก็หาที่ยืนตรงมุมแห่งหนึ่ง ในเวลาเช่นนี้ย่อมต้องยืนอยู่ด้านหลัง ผู้ใดจะรู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ยืนอยู่ด้านหน้าถ้าถูกลากออกไปเป็นนกโผล่หัว[1]ก็ยุ่งยากแล้ว
รอครู่หนึ่ง มีผู้บำเพ็ญเซียนขั้นสร้างฐานยืนอยู่เต็มห้องโถงหลักแล้ว ทุกคนต่างไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น คนที่รู้จักมักคุ้นก็รวมตัวกระซิบกระซาบกัน ข้างหูจินเฟยเหยาได้ยินแต่เสียงดังหึ่งๆ ทอดตามองไปกลับหาคน