ม่ถึงว่าหวาซีจะเสี่ยงอันตรายติดต่อตนเองบอกว่าอยากพบนาง
หลังจากครุ่นคิดอย่างละเอียด จินเฟยเหยาก็เก็บพั่งจื่อลงในกระเป๋าสัตว์ภูติอย่างไม่ยินยอม ตบยันต์ซ่อนกายใบหนึ่งลงบนพรมบินและร่างของตนเอง แอบออกจากถ้ำเซียนเหาะไปยังสถานที่ที่หวาซีบอก
ตลอดทางนางพบเห็นผู้บำเพ็ญเซียนของตำหนักลั่วเซียนจำนวนไม่น้อย คนเกือบทั้งหมดออกปฏิบัติการ จินเฟยเหยาไม่เข้าใจ สัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณเป็นสิ่งของใด ครั้งที่แล้วตนเองใช้ความลับที่พั่งจื่อตัวใหญ่ขึ้นไปแลกเปลี่ยนหวาซีก็ไม่ยอมแพร่งพรายสักนิด
เห็นท่าทีของตำหนักลั่วเซียน สัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณต้องเป็นสิ่งที่ฝืนลิขิตฟ้าแน่ๆ หากไม่ได้มันมาก็ต้องทำลายมันทิ้ง
นางซ่อนกายมาถึงส่วนเว้าของภูเขาลูกนี้ตามที่หวาซีบอกอย่างระมัดระวัง มองเห็นหวาซีกำลังพิงอยู่บนร่างสัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณกินถั่วรอนางอย่างเบื่อหน่ายแต่ไกล
จินเฟยเหยามองหวาซีอย่างหมดวาจา ผู้บำเพ็ญเซียนนับร้อยนับพันกำลังตามหาเขาอยู่ ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นฝึกปราณตัวเล็กๆ อย่างเขา กลับมายืนอยู่ที่นี่อย่างเอ้อระเหยลอยชาย ไม่ได้ออกมาท่องเที่ยวเสียหน่อย
ขณะที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าตนเองจะปรากฏกายดีหรือจะลงมือจู่โจมสังหารหวาซีภายใต้ฤทธิ์ของยันต์ซ่อนกายก่อนดี สัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณพลันเงยหน้าขึ้นมองจินเฟยเหยาที่กำลังซ่อนกายอยู่ ส่วนหวาซีก็แย้มยิ้มเอ่ยว่า “สหายเซียนจิน ไม่ถูกสิ สมควรเรียกว่าผู้อาวุโสจิน เจ้ายังเจ้าเล่ห์เหมือนเดิมนะ