ึ้นได้ เกรงว่าต้านิวคงเป็นกบที่จินเฟยเหยาหามาต่อกรกับตนเองโดยเฉพาะ มันกลับลืมไปว่าต้านิวเป็นกบที่มันใช้ความเป็นวีรบุรุษผู้กล้าช่วยหญิงงามล่อลวงมา
ฟังพั่งจื่อไอมาตลอดทาง จินเฟยเหยาติดตามหลินลี่มาถึงห้องโถงหลักอย่างอารมณ์ดี ประตูทางเข้าห้องโถงหลักมีลักษณะไม่ธรรมดา ทว่ากลับว่างเปล่าไร้ผู้คน จินเฟยเหยาอดประหลาดใจไม่ได้ ตลอดทางไม่พบเห็นผู้บำเพ็ญเซียนเดินไปมา เห็นแค่ผู้บำเพ็ญเซียนคนสองคนออกมาจากในหลุมเป็นบางครั้ง จากนั้นก็เหยียบอาวุธเวทบินไป
“สหายเซียนจิน ที่นี่คือห้องโถงหลัก ข้ายังต้องลาดตระเวนอีก เจ้าเข้าไปเองก็พอ” หลินลี่หยุดอยู่ด้านล่างบันไดตำหนักใหญ่ของห้องโถงหลักอันยาวเหยียด เอ่ยอำลาจินเฟยเหยา
จินเฟยเหยาก็ประสานมือเอ่ยขอบคุณ “ขอบคุณศิษย์พี่หลิน เช่นนั้นไม่รบกวนเจ้าแล้ว เดินทางดีๆ”
หลินลี่ยิ้ม เหยียบของวิเศษจากไป ทว่าจินเฟยเหยาเห็นเขาจากไป พลันนึกขึ้นได้ ที่นี่สามารถขี่อาวุธเวทเหาะเหินได้ชัดๆ เหตุใดเขาต้องพานางเดินอ้อมตึกเกือบครึ่งเมืองที่นี่ด้วย เสียเวลาโดยแท้
มองไปด้านหลัง พั่งจื่อยังไอแค่กๆ อยู่ นางจึงเดินไปหาแล้วชกหมัดหนึ่งเข้าที่หลังของพั่งจื่อ หมัดนี้ทำให้พั่งจื่อดีขึ้น มันรู้สึกสบายขึ้นมาก หมุนตัวมาคิดจะทุบตีต้านิวผู้บริสุทธิ์ ก็ถูกจินเฟยเหยาเตะเข้าที่ก้นแรงๆ หนึ่งที
“ไปได้แล้ว อย่าก่อเรื่อง”
พั่งจื่อยังพึมพำอย่างไม่พอใจ ติดตามด้านหลังจินเฟยเหยาไปอย่างขุ่นเคือง เพียงแค่ยกมือก