ัวเราะอย่างเย็นชา ยกไผ่เขียวในมือขึ้นเดินไปหาผู้บำเพ็ญเซียนซึ่งอยู่ที่เดิมตลอดคนนั้น
“ช่วยด้วย ศิษย์พี่ พวกเจ้าอยู่ที่ไหน ช่วยด้วย”
เขาเพิ่งเดินไปไม่กี่ก้าว ได้ยินเสียงแหบดังมาจากในป่าคล้ายเสียงสตรีนิดๆ ทว่ากลับเหมือนถูกคนบีบคอไว้ อีกทั้งน้ำเสียงยังดังมาจากทิศทางที่ตนเองเดินไปพอดี ไป๋เจี่ยนจู๋เดินเข้าไปอย่างสงสัย ครู่หนึ่งก็เห็นสตรีผู้หนึ่งกลางกองหญ้า
นั่นเป็นสตรีที่เส้นผมยุ่งเหยิงสวมใส่เอี๊ยมสั้น บนร่างมีรอยฟกช้ำดำเขียว ท่าทางเพิ่งถูกคนทุบตีมา พอดีนอนอยู่ในพงหญ้า เห็นมีคนมานางก็ดิ้นรนลุกขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าไม่คุ้นตาทว่ายังถือว่าบอบบางงดงาม
“ศิษย์พี่…อา เจ้าเป็นใคร?” สตรีผู้นี้นึกว่าเป็นศิษย์พี่ของตนเอง ตะโกนเรียกแล้วจึงพบว่าไม่ใช่ กลับเป็นผู้บำเพ็ญเซียนที่ไม่รู้จักคนหนึ่ง ดังนั้นสีหน้าจึงซีดขาวมองเขาด้วยสีหน้าหวาดกลัว
ไปเจี่ยนจู๋เห็นว่าไม่ใช่จินเฟยเหยาจึงเอ่ยอย่างชืดชา “สหายเซียนไม่ต้องกลัว ข้ากำลังตามหาคนผู้หนึ่ง พอดีผ่านมาที่นี่ ไม่ได้มีเจตนาร้าย”
ได้ยินไป๋เจี่ยนจู๋พูดแบบนี้ สตรีผู้นี้พลันตื่นเต้นเอ่ยถามอย่างกังวลใจ “ขอถามสหายเซียน คนที่เจ้าไล่ตามใช่สตรีหน้าตาดุร้ายหรือไม่ บนร่างยังมีเปลวเพลิงสีฟ้าแปลกประหลาด”
“เป็นสตรีผู้นี้จริง สหายเซียนเคยพบเห็น?”
ผู้บำเพ็ญเซียนสตรีคนนี้ใช้มือจิกหญ้าอย่างโกรธเคือง เอ่ยกับไป๋เจี่ยนจู๋อย่างเสียใจ “ข้ากำลังหาหญ้าวิญญาณกับบรรดาศิษย์พี่อยู่ในป่าล