ึกแห่งนี้ ผู้ใดจะรู้ว่าเมื่อครู่มีเสียงดังเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ข้าเกรงว่าจะมีอันตราย คิดจะไปหาบรรดาศิษย์พี่ของข้า ผู้ใดจะรู้ ผู้บำเพ็ญเซียนสตรีคนหนึ่งจะออกมาจากในป่า นางมีใบหน้าดุร้ายไม่อธิบายอะไรก็ลงมือทุบตีข้า ข้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง หลังจากนางทำร้ายข้าบาดเจ็บก็แย่งชิงกระเป๋าเก็บของของข้าไป ทั้งยังไร้ยางอายแย่งชิงเสื้อผ้าข้าไปด้วย”
“แย่งชิงเสื้อผ้าของเจ้า? หรือคิดจะผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าปลอมตัว หนีรอดจากเงื้อมมือข้า?” ไป๋เจี่ยนจู๋ขมวดคิ้ว เป็นสตรีที่เจ้าเล่ห์จริงๆ
ส่วนผู้บำเพ็ญเซียนสตรีคนนี้เห็นไป๋เจี่ยนจู๋มีสีหน้าเย็นชาและขมวดคิ้ว ก็ใช้มือปิดหน้าอกเอ่ยอย่างขลาดกลัว “สหายเซียนท่านนี้ สิ่งของบนตัวข้าทั้งหมดถูกแย่งชิงไป ไม่มีสิ่งมีค่าใดๆ จริงๆ”
เห็นตนเองทำให้นางตกใจกลัว ไปเจี่ยนจู๋จึงเอ่ย “สหายเซียนไม่ต้องกลัว ข้าไม่มีเจตนาร้าย คนที่แย่งชิงสิ่งของของเจ้าหลบหนีไปทางใด ข้าจะไปตามนางกลับมาเดี๋ยวนี้”
“นางหนีไปทางนั้น” ดวงตาของผู้บำเพ็ญเซียนสตรีมีน้ำตาคลอ เอ่ยพลางชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง
ผู้บำเพ็ญเซียนสตรีที่บอบบางงดงามทนความลำบากไม่ไหวเช่นนี้ ไป๋เจี่ยนจู๋พบเห็นมามาก ไม่มีความรู้สึกดีๆ ต่อผู้บำเพ็ญเซียนสตรีที่ไม่รู้ว่าบำเพ็ญเพียรแล้วมีประโยชน์อะไรเหล่านี้ ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงว่าชอบร้องไห้เป็นประจำ ดังนั้นจึงไม่เอ่ยอะไร คิดจะรีบไล่ตามจินเฟยเหยาไป
“ช้าก่อน” เขาเพิ่งก้าวเท้าออกไปก็ถูกผู้บำเพ็ญเซีย