ของจินเฟยเหยาก็ชกลงบนร่างของเขาอย่างไม่ออมมือ จนกระทั่งสยงเทียนคุนรู้สึกว่าขาขวาเจ็บปวดจับใจ ส่วนบนศีรษะหลังจากถูกจินเฟยเหยาเก็บหมัดกลับแล้วใช้ข้อศอกถองหนักๆ เขาก็สลบไปเช่นนี้
เขาสลบไปไม่นาน อาจจะแค่ชั่วเวลาจิบชาถ้วยหนึ่ง ทว่าปราณกระบี่หายไปแล้ว แสงสีขาวรูปสตรีก็กลับไปอยู่ในหยกประดับ สยงเทียนคุนฟื้นขึ้นมา นอนอยู่บนพื้นมองเมฆขาวแต่ละก้อนบนท้องนภาของดินแดนลึกลับ เอ่ยอย่างไร้เรี่ยวแรง “หมัดของเจ้าร้ายกาจเช่นนี้ ไม่ยอมไปกับข้าจริงๆ หรือ?”
จินเฟยเหยามีคราบโลหิตทั่วร่าง ยืนกุมท้องของตนเองอยู่ไม่ไกลนัก นางล้วงผ้าเช็ดหน้าไหมออกมาแล้วโยนไปบนร่างสยงเทียนคุน “เจ้าเช็ดเอาเองเถอะ ข้าไปก่อนล่ะ”
“เจ้า…เจ้ายังเก็บมันไว้” สยงเทียนคุนมองผ้าเช็ดหน้าไหมที่ถูกโยนมาข้างกาย พอดีเป็นผ้าเช็ดหน้าไหมซึ่งเป็นอาวุธป้องกันที่ตนแองมอบให้จินเฟยเหยาในตอนนั้น ในใจเขาพลันอบอุ่นอดเอ่ยออกมาไม่ได้ “ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้ายังจำข้าได้ กระบี่ขาวเล่มนั้นเจ้ายังเก็บไว้กับตัวสินะ”
จินเฟยเหยากุมท้องเตรียมจากไป ถึงแม้ทั่วร่างนางจะเต็มไปด้วยบาดแผล ทว่าไม่ร้ายแรงอะไร เพียงแต่ถูกฟันบนท้องหนึ่งกระบี่ค่อนข้างสาหัส อยากจะหาสถานที่แห่งหนึ่งรักษาบาดแผล ได้ยินคำพูดของสยงเทียนคุน นางจึงหยุดฝีเท้าแล้วเอ่ยอย่างรู้สึกเสียใจ “กระบี่ขาวเล่มนั้น ข้าขายทิ้งไปนานแล้ว”
“ฮ่าๆๆ…” สยงเทียนคุนพลันหัวเราะเสียงดัง ไม่รู้ว่าหัวเราะที่ตนเองโง่งมหรือหัวเรา