ดหญ้าวิญญาณบนพื้นหญ้าขึ้นมา
นั่นเป็นหญ้าเฟิงสุ่ยอายุร้อยปีสินะ เอ๋ โสมโคมมังกรที่กว้างสองนิ้วต้นนั้นอายุไม่น้อยนะ น่าชังนัก หญ้าหอโบราณสามต้นก็ถูกขุดไปแล้ว ในขณะที่จินเฟยเหยามองดูหญ้าวิญญาณถูกขุดไปทีละต้นด้วยความอิจฉาริษยาและเคียดแค้น สยงเทียนคุนพลันเดินมาหาและฉุดดึงนาง
“จินเฟยเหยา พวกเราไปเถอะ”
“เอ๋? ไปที่ไหน?” จินเฟยเหยาเงยหน้าขึ้นมองเขา ถามอย่างไม่เข้าใจ
“ข้าคิดจะอยู่กับเจ้าตามลำพัง ที่นี่มีคนมากมาย พวกเราไปก่อนเถอะ” สยงเทียนคุนไม่ให้โอกาสนางได้พูด ก็ใช้กำลังฉุดลากจินเฟยเหยาไป เหยียบกระบี่บินจากไป
“ศิษย์น้องสยง เจ้าอย่าแอบจากไปนะ” ศิษย์สำนักอวิ๋นซานตะโกนเสียงดัง น่าเสียดายที่สยงเทียนคุนไม่สนใจพวกเขาสักนิด ขี่กระบี่เวทจากไปโดยไม่หันหน้าไปมอง ทิ้งศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งห้าคนไว้ที่เดิม
เห็นสยงเทียนคุนหายลับไปกลางอากาศ ศิษย์สำนักอวิ๋นซานคนหนึ่งก็ถามอีกคนหนึ่งในจำนวนนั้น “ศิษย์พี่ ศิษย์น้องสยงจากไปแล้ว พวกเราจะทำอย่างไรดี?”
“ทำอย่างไร? ก็ทำแบบนี้แหละ เขาอยากพาสตรีผู้นั้นไปเอง เกี่ยวอะไรกับพวกเราด้วย ถ้าอาจารย์ถามก็ผลักภาระไปที่สตรีผู้นั้นก็พอ อีกทั้งเขาไม่อยู่ ทุกคนจะได้มีอิสระหน่อย ผู้ใดจะรู้ว่าเขาจะคลั่งทำร้ายคนขึ้นมาเมื่อไร” บุรุษที่ถูกพวกเขาเรียกขานเป็นศิษย์พี่ ดูแล้วอายุสี่สิบกว่าปี มีพลังการบำเพ็ญเพียรขั้นสร้างฐานช่วงกลาง เมื่อครู่ในการต่อสู้กับสำนักจ้งเทียน กลับไม่ได้มีการแสดงออ