หยาก็หันกายกระโดดลงจากกระบี่บิน
“เดี๋ยว” สยงเทียนคุนคิดไม่ถึงว่านางจะกระโดดลงไปโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง จึงรีบเลี้ยวกลับพุ่งลงไปหาจินเฟยเหยา
จินเฟยเหยาไม่ได้เรียกของวิเศษออกมาเพราะนางไม่มีสักชิ้น เพียงแค่ปล่อยให้ร่างดิ่งลงพื้น ส่วนสยงเทียนคุนเห็นนางไมได้เรียกของวิเศษออกมา ชั่วขณะก็ร้อนใจแทบแย่ ตกลงไปจากที่สูงขนาดนี้ต่อให้กายเนื้อของผู้บำเพ็ญเซียนขั้นสร้างฐานไม่เหมือนกับคนธรรมดา สถานเบาต้องตกลงไปกระดูกหัก
ทว่าความเร็วของจินเฟยเหยาเร็วอย่างผิดปกติ สยงเทียนคุนที่ขี่อาวุธวิเศษถึงกับไล่ตามนางไม่ทัน เบิกตามองจินเฟยเหยากระแทกพื้น ได้แต่คำรามเสียงดังว่า “เฟยเหยา”
“ตูม”
เสียงดังสนั่น พื้นถูกกระแทกจนเป็นหลุมลึกสองจั้ง จินเฟยเหยายืนอยู่ในหลุมอย่างมั่นคง พลังวิญญาณสีฟ้าห่อหุ้มรอบกายไม่ได้รับบาดเจ็บเลยสักนิด สยงเทียนคุนโล่งอกขี่กระบี่ลงมาด้วยสีหน้าเย็นชา พูดกับนางอย่างดุร้าย “ก่อเรื่องทำไม รีบตามข้าไป”
“สยงเทียนคุน เจ้าไปเถอะ ฉวยโอกาสที่ตอนนี้ข้ามีอารมณ์ไม่เลวร้ายนัก” จินเฟยเหยาก็มีสีหน้าเย็นชา ปัดฝุ่นบนร่างเอ่ยอย่างไม่แสดงท่าที
สยงเทียนคุนแม้แต่ฝันก็ยังคาดไม่ถึง หลายปีมานี้ตนเองอยากพบนางมาตลอด พอได้พบกันนึกว่าจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไปกลับได้เห็นสีหน้าเย็นชาของจินเฟยเหยาแทน เขาไม่ได้ทำอะไรผิดเหตุใดนางต้องทำกับเขาเช่นนี้ เขาสั่นสะท้านไปทั้งตัวตะโกนเหมือนเป็นโรคประสาท “เพราะเหตุใด เพราะเหตุใด เพราะเหตุใด