าอย่างเย็นชา แล้วหันหน้าไปไม่สนใจนาง เพียงแค่เอ่ยว่า “ต่อไปเจ้าจะเข้าใจความลำบากใจของข้า หลายวันนี้ห้ามเจ้าไปจากข้าแม้ครึ่งก้าว หนึ่งเดือนให้หลังข้าจะพาเจ้าไปจากเมืองลั่วเซียน”
“ไปทำไม ที่บ้านข้ายังมีสัตว์ภูติอีกสองตัว” จินเฟยเหยาตอบอย่างอารมณ์ไม่ดี
“สัตว์ภูติ? ข้าจะซื้อให้เจ้า หลังจากออกไปต้องโยนสิ่งของในตัวของเจ้าทิ้งทั้งหมด ข้าจะเปลี่ยนให้ใหม่ ออกไปแล้ว เจ้าอยากได้อะไรก็บอกข้า ข้าจะซื้อให้เจ้าทั้งหมด” สยงเทียนคุนมองเบื้องหน้าด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก เอ่ยอย่างวางอำนาจ
จินเฟยเหยามองเขาอย่างตะลึงงัน เหตุใดคนเบื้องหน้าจึงดูแปลกหน้าเช่นนี้ นางอดเอ่ยไม่ได้ “ผียายแก่เข้าสิงร่างเจ้าหรือเปล่า จึงคิดจะควบคุมชีวิตของข้า?”
“ข้าทำเพราะหวังดีต่อเจ้า คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะไม่เชื่อฟังคำพูดข้า เจ้าเคยบอกไว้ ขอเพียงเป็นเรื่องที่ตนเองอยากทำ ก็ต้องเอาชนะอุปสรรคไปทำให้ได้ ตอนนี้ข้าอยากดูแลเจ้าห่วงใยเจ้าเจ้ากลับไม่เชื่อฟังข้า ข้าไม่คิดจะปรายตามองดูผู้อื่น เหตุใดเจ้าจึงไม่รับน้ำใจทั้งยังพูดจาเช่นนี้” สยงเทียนคุนเห็นจินเฟยเหยาต่อต้านความหวังดีของเขา จึงรู้สึกไม่เข้าใจอย่างยิ่ง
ได้ยินคำพูดนี้ จินเฟยเหยาก็หน้าแดงหลุดปากออกมา “ข้าเคยพูดเช่นนี้เมื่อไร ต่อให้ข้าเคยพูด ก็แค่ให้เจ้าอย่าถูกคนอื่นควบคุม ข้าไม่ได้ให้เจ้ามาควบคุมชีวิตของข้า เจ้าอยากทำอะไรก็ไปทำข้าไม่สนใจจะเป็นสัตว์เลี้ยงของเจ้า”
เอ่ยคำพูดนี้จบ จินเฟยเ