ฟยเหยา
เห็นพัดลิ่วเหอขยายใหญ่จนมีขนาดเจ็ดฉื่อกว่า ตรงที่ถูกไฟนรกกัดกร่อนยิ่งเห็นได้ชัดเจน ทว่าแสงหกสียังปรากฏอยู่เช่นเดิม ตัวพัดเปล่งแสงหกสีพร้อมกันทำให้คนมองไม่เห็น แสงสีในตัวพัดรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนราวกับพร้อมจะทลายพัดออกมาได้ทุกเมื่อและเคลื่อนไหวเองโดยไร้ลมไปรอบด้าน ปราณวิญญาณระหว่างฟ้าดินได้รับผลกระทบนี้ก็ปั่นป่วนอย่างผิดปกติ
“บรรจบ” โอกาสนี้แหละ จินเฟยเหยาตวาด ฟองแสงนรกที่ซ่อนอยู่ในพุ่มไม้ลอยออกมาในเวลาเดียวกัน พริบตาก็รวมตัวเป็นฟองแสงขนาดใหญ่ปกคลุมทั่วร่างศิษย์สำนักจ้งเทียนคนนี้ ไม่ยอมให้เขาเอ่ยวาจาไร้สาระ จินเฟยเหยาใช้สองนิ้วจิ้ม ไฟนรกก็ลุกท่วมฟองแสงนรกกลืนกินเขาจนหมดทันที
จินเฟยเหยาใช้การรับรู้หลังสร้างฐาน จึงควบคุมไฟนรกในฟองแสงนรกได้อย่างง่ายดาย ทำให้ไฟนรกหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าและของใช้ของผู้บำเพ็ญเซียนคนนี้ ครู่หนึ่ง ในไฟนรกก็เหลือเพียงกระเป๋าเก็บของและเสื้อผ้า ส่วนผู้บำเพ็ญเซียนคนนั้นไม่เหลือแม้แต่ซาก
จินเฟยเหยาเก็บไฟนรกและฟองแสงนรกกลับคืน ใช้มือคว้าสิ่งของของผู้บำเพ็ญเซียนสำนักจ้งเทียนคนนี้ก็ตกอยู่ในมือนาง จินเฟยเหยายังไม่ทันใส่พัดลั่วเหอที่ชิงมาไว้ในมือได้ลงในกระเป๋าเก็บของ พัดก็ทำลายตนเองกลายเป็นควันสีดำเนื่องจากแก่นชีวิตของผู้บำเพ็ญเซียนเสียดับสูญ
จินเฟยเหยาผิดหวังอยู่บ้าง แต่ก็เคยได้ยินมาว่าไม่อาจช่วงชิงอาวุธเวทแก่นชีวิตได้ เจ้านายสิ้นชีพอาวุธเวทแก่นชีวิตจะสลายหายไปเอง