บกร้านผู้นั้นบริภาษอย่างเดือดดาล “สยงเทียนคุน เจ้าอย่าได้หยิ่งผยองไป วันนี้หญ้าวิญญาณผืนนี้เป็นของสำนักจ้งเทียนเราแล้ว พวกเจ้าคิดจะยอมก็ยอม ไม่คิดจะยอมก็ต้องยอม”
สยงเทียนคุนมองผู้บำเพ็ญเซียนของสำนักจ้งเทียนอย่างเย็นชา หรี่ตาพลางเอ่ยว่า “ผืนหญ้าวิญญาณอะไร เกี่ยวอะไรกับข้าด้วย”
เอ่ยจบเขาก็จูงมือจินเฟยเหยาจากไป ความเคลื่อนไหวนี้ทำให้คนของสำนักอวิ๋นซานตกใจกลัว เดิมทีสำนักจ้งเทียนมีคนมากอยู่แล้วสยงเทียนคุนยังทิ้งพวกเขาไว้โดยไม่สนใจอีก เกินไปแล้ว
“หา?” ปฏิกิริยาของสำนักจ้งเทียนยังรุนแรงกว่าศิษย์สำนักอวิ๋นซาน ราวกับทุกคนถูกเข็มตำ คำรามใส่สยงเทียนคุน “คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะดูถูกพวกเราแบบนี้ วันนี้ถ้าไม่ให้โลหิตของเจ้ากระเซ็นที่นี่ สำนักจ้งเทียนของพวกเรายังจะยืนหยัดอยู่ได้อย่างไร”
“เจ้าลองดู” เผชิญหน้ากับความเดือดดาลของสำนักจ้งเทียน คิดไม่ถึงว่าสยงเทียนคุนยังเอ่ยอย่างสงบนิ่ง ราวกับไม่เกี่ยวข้องกับตนเอง
“รังแกกันเกินไปแล้ว ศิษย์พี่ ให้ข้าสั่งสอนเขาเถอะ” บุรุษอายุเยาว์เดินออกมาจากสำนักจ้งเทียน อ้าปากคายธงเมฆขาว[3] ออกมา ธงนี้พอเจอลมก็ขยายใหญ่ขึ้นมีพลังวิญญาณคุกคามคน
“เฮ่าชาง ระวังตัว” ผู้บำเพ็ญเซียนหยาบกร้านเอ่ยเตือน
“ทราบแล้ว ศิษย์พี่”
สยงเทียนคุนหันกายไปบอกจินเฟยเหยาที่ตกใจสุดขีด “เจ้าหลบไปด้านหลัง ข้าจัดการพวกเขาเสร็จแล้วจะพาเจ้าไป”
“อ่อ” จินเฟยเหยาตอบรับคำหนึ่งอย่างโง่งมแล้วถอยออกไป หาหินก้อน