ิดจะทำอะไร ใครกล้ายุ่งเกี่ยว” สยงเทียนคุนส่งเสียงขึ้นจมูกอย่างเย็นชา หันหน้าไปมองผู้บำเพ็ญเซียนอีกกลุ่ม เชิดหน้าเลิกคิ้ว ถามอย่างดูแคลนอีกฝ่าย “สำนักจ้งเทียน มีปัญหากับการจากไปของข้า?”
“สยงเทียนคุน เจ้านึกว่าบอกไปก็ไปได้ เห็นสำนักจ้งเทียนของพวกเราเป็นอะไร ดูถูกพวกเราหรือ?” สำนักจ้งเทียนมีทั้งหมดแปดคน มีจำนวนมากกว่าคนของสำนักอวิ๋นซานมาก ยามนี้คนที่เอ่ยวาจาคือบุรุษหยาบกร้านคิ้วหนาตาโตผู้หนึ่ง
“ดูแคลนพวกเจ้า? ข้าไม่เคยดูแคลนพวกเจ้ามาก่อน คำว่าดูแคลนมาจากที่ใด” สยงเทียนคุนเหมือนจะยิ้ม เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราวกับสาวน้อยผู้งดงาม
จินเฟยเหยามองสยงเทียนคุนอย่างตกตะลึง บุรุษที่หยิ่งยโสราวกับปิศาจร้ายผู้นี้เป็นคนที่เมื่อก่อนมักจะขี้อาย ไม่ค่อยรู้เรื่องราวและถูกตนเองหลอกจนหัวปั่นทั้งวันจริงๆ หรือ? เหตุใดจึงรู้สึกว่าไม่ค่อยเหมือน ใช่ถูกคนชิงร่างหรือไม่
แต่นางได้รู้จากบทสนทนาว่าที่นี่ถึงเป็นดินแดนลึกลับลั่วเซียน ที่แท้ตอนตนเองปิดด่านกักตน ตำหนักลั่วเซียนเริ่มเปิดกลไกแล้ว ทว่าตนเองทั้งไม่ได้ลงชื่อสมัครทั้งยังไม่ได้จ่ายศิลาวิญญาณ ใครพาตนเองมาที่นี่ นี่ถือว่าแอบเข้ามาหรือไม่? จะถูกเวทป้องกันในดินแดนลึกลับจัดการสังหารมดแมลงที่หลงเข้ามาหรือไม่
ในขณะที่จินเฟยเหยามึนงง ทางด้านสยงเทียนคุนก็ยิ่งเอะอะมากขึ้น คำพูดของเขาดูแคลนสำนักจ้งเทียนอย่างยิ่ง ทำให้ผู้บำเพ็ญเซียนทุกคนของสำนักจ้งเทียนไม่พอใจ บุรุษหยา