นนอย่างเหม่อลอย ผู้บำเพ็ญเซียนแบกกระบี่คนหนึ่งก็เดินมาถึงเบื้องหน้านาง ปราณสังหารขุมหนึ่งแผ่ซ่านออกมา
จินเฟยเหยาเงยหน้าขึ้นมองคนผู้นี้ ไอสังหารอันเข้มข้นยิ่ง ท่าทางคนที่ตายใต้เงื้อมมือของเขาคงมีไม่น้อย ดังนั้นจึงเอ่ยถาม “ข้ารู้จักเจ้าหรือ?”
เสียงดังเคร้ง กระบี่ยาวที่ผู้บำเพ็ญเซียนแบกไว้ด้านหลังพลันบินออกมา ปักลงหน้าโต๊ะจินเฟยเหยา จินเฟยเหยาเลิกคิ้ว “ผู้ฝึกกระบี่?”
“ข้าคิดจะเตือนเจ้า คนที่อยากได้เงินค่าหัวของเจ้ามีมากมาย เหตุใดเจ้าต้องลำบากมาเข้าร่วมการประลองเป็นตายด้วย มิสู้ไปนอกเมืองกับข้ามอบชีวิตมาอย่างรวบรัดจะได้ไม่ต้องถูกจับเป็นไปมอบให้ตระกูลเจ้า ถึงตอนนั้นมีชีวิตอยู่มิสู้ตาย สำนึกเสียใจก็สายเกิน” ผู้บำเพ็ญเซียนแบกกระบี่มีสีหน้ากระหยิ่มเอ่ยอย่างเย่อหยิ่ง
จินเฟยเหยาตอบอย่างไม่ใส่ใจเลยสักนิด “ขอบคุณสหายเซียนที่ห่วงใย เจตนาดีของเจ้าข้ามิอาจรับไว้ได้ ข้ายังอยากมีชีวิตอยู่อีกหลายปี จริงสิ กระบี่ของเจ้าขัดขวางการกินอาหารของข้า ช่วยเอาออกไปหน่อย”
นางยื่นมือไปจิ้มโต๊ะ ฟองอากาศสีฟ้าขนาดเท่าลูกเหอเถา[1]ฟองหนึ่งปรากฏขึ้นบนโต๊ะ ลอยอยู่บนโต๊ะเบาๆ พริบตามันก็ลอยไปถึงข้างกระบี่และสัมผัสคมกระบี่อย่างอ่อนโยน จากนั้นก็ลอยกลับมาที่มือของจินเฟยเหยา แลเห็นตรงที่กระบี่ยาวเล่มนั้นถูกฟองแสงนรกสัมผัสคิดไม่ถึงว่าจะเป็นรูโบ๋
ผู้บำเพ็ญเซียนแบกกระบี่มองกระบี่ยาวของตนเองอย่างตะลึงงันพลันตะโกนอย่างเดือดดาล “