กระบี่วิญญาณของข้า เจ้าถึงกับทำลายกระบี่วิญญาณของข้า”
“ไสหัวไป ถ้ายังไม่ไปรายต่อไปก็คือเจ้า” จินเฟยเหยาเล่นฟองแสงนรกในมือเอ่ยยิ้มๆ อย่างอารมณ์ดี
ผู้บำเพ็ญเซียนแบกกระบี่มองฟองแสงนรกที่ลอยไปลอยมาในมือจินเฟยเหยา มีหน้าซีดเผือด ดึงกระบี่เวทบนโต๊ะชี้จินเฟยเหยาเอ่ยอย่างเดือดดาล “ฝากไว้ก่อน ถ้าเจอข้าในลานประลองเป็นตาย ข้าจะทำให้เจ้ามาได้กลับไม่ได้” เอ่ยคำพูดอันดุร้ายจบเขาก็เก็บกระบี่ยาว หมุนตัวด้วยท่าทางน่าเกรงขาม เดินส่ายอาดๆ จากไป
“บ้าหรือเปล่า” จินเฟยเหยาส่ายศีรษะอย่างจนใจ ไม่รู้จะทำอย่างไรกับคนพวกนี้จริงๆ ส่วนฟองแสงนรกที่เรียกออกมา กระเด้งกระดอนอยู่บนศีรษะของนางราวกับสนุกสนานอย่างยิ่ง
“ท่านเซียน ได้เวลาแล้ว เชิญท่านเซียนขึ้นเวที” ผู้รับใช้คนหนึ่งเดินมาเชิญจินเฟยเหยาขึ้นเวทีด้วยท่าทางเคารพนบนอบ
“ฆ่า ฆ่า ฆ่า”
จินเฟยเหยายืนอยู่บนเวที หูได้ยินเสียงตะโกนว่าฆ่าราวกับคลื่นสาดซัด ไม่ได้มาไม่กี่วันบรรยากาศของที่นี่กลายเป็นแบบนี้ไปแล้ว คนที่ลงเดิมพันเห็นการเข่นฆ่าและการนองเลือดจนเคยชิน ถ้าแค่อัดให้สลบแต่ไม่ฆ่าให้ตาย เช่นนั้นเสียงร่ำร้องด่าทอทั่วลานประลองสามารถทำให้ผู้บำเพ็ญเซียนบนเวทีจมน้ำลายตายได้
เบื้องหน้าจินเฟยเหยามีผู้บำเพ็ญเซียนเลือดท่วมตัวนอนอยู่ ส่วนหลังขยับขึ้นลงอย่างรุนแรงเพราะหายใจลำบาก บนพื้นมีเศษซากอาวุธจำนวนไม่น้อยกระจายเกลื่อน ท่าทางเพิ่งผ่านการต่อสู้อย่างดุเดือดมา
จินเฟยเหยามองด