ูผู้บำเพ็ญเซียนที่เหลือเพียงลมหายใจเฮือกสุดท้ายบนพื้นคนนี้แล้วไม่เข้าใจ เห็นได้ชัดว่าความแข็งแกร่งไม่เท่าไร เหตุใดจึงอยากต่อสู้กับนางโดยเฉพาะ หรือว่าเพื่อเงินรางวัลของตระกูลเจ้าและศิลาวิญญาณกึ่งหนึ่งของเงินลงเดิมพัน ต่อให้มีศิลาวิญญาณมากมายก็ต้องมีชีวิตถึงจะได้ใช้ ไม่ใช่เสี่ยงชีวิตแล้วจะสู้ชนะได้
นึกถึงตอนเขาเพิ่งลงสนามยังตะโกนเสียงดังใส่ตนเองงอนิ้วนับจำนวนคนที่เคยฆ่าให้จินเฟยเหยาฟัง ขนาดผู้บำเพ็ญเซียนหมวกสีเงินตะโกนว่าเริ่มได้แล้วเขายังแนะนำคนที่เคยฆ่าอย่างน่ารำคาญ
จินเฟยเหยาดูแล้วขัดนัยน์ตา หรือหวังว่านางจะเกรงกลัวเป็นฝ่ายยอมแพ้เองจากนั้นติดตามเขาไปรับความตายที่ตระกูลเจ้า
ดังนั้นจินเฟยเหยาจึงพุ่งเข้าใส่ ประเคนหมัดชกใส่อกและศีรษะของเขาหนึ่งยกทำให้เขานอนอยู่บนพื้นได้อย่างสบายๆ อาวุธเวทที่ร่วงหล่นก็ถูกจินเฟยเหยาใช้สองเท้าที่พกพาแสงสีฟ้าเหยียบแตกเป็นเสี่ยงๆ
ยามนี้เสียงตะโกนว่าฆ่าทั่วลานประลองดังจนหูแทบหนวก ทำให้คนที่ได้ยินมีอารมณ์เดือดพล่าน จินเฟยเหยาก้าวเท้าเดินไปหาเขาอย่างหนักแน่น ผู้บำเพ็ญเซียนคนนี้ดิ้นรนลุกขึ้นยืนตามเสียงก้าวเดินเข้าไปใกล้
จินเฟยเหยากำหมัดคิดจะโจมตีเขาเป็นครั้งสุดท้าย คิดไม่ถึงว่าเขาจะลุกขึ้นแล้วคุกเข่าดังตุ้บเอ่ยวิงวอนขอร้อง “ข้าแพ้แล้ว เจ้าปล่อยข้าไปเถอะ”
“เจ้ามีความกล้าหน่อยได้หรือไม่ มาอ้อนวอนทำไม จอมพลังวัชระไร้เทียมทานรีบกำจัดเขา ในลานประลองเป็นตายไม่มีบุรุ