้ออาวุธเวท” หลี่เอ้อร์เกินมองภารกิจ พลันแย้มยิ้มอย่างโง่งม ราวกับเก็บอะไรได้โดยไม่เปลืองแรง
พอทุกคนได้ยินเขาพูดเช่นนี้ก็เงียบ ครุ่นคิดดูอย่างละเอียด ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ทำได้ อย่างไรเสียรับงานเล็กๆ ไม่หยุดหย่อนก็เสียเวลามากกว่า เพียงแต่ไม่รู้ว่ามีสวัสดิการหรือไม่ ทุกคนไม่ได้ยินยอมไปเอง คนละเรื่องกับผู้บำเพ็ญเซียนที่ทำเรื่องเสี่ยงอันตรายเป็นประจำเหล่านั้นที่เข้าร่วมการประลองเป็นตายโดยสิ้นเชิง
คิดไม่ถึงว่าคำพูดประโยคเดียวของหลี่เอ้อร์เกิน จะสลายโทสะของทุกคน
ส่วนจินเฟยเหยาเริ่มครุ่นคิด ตนเองยังถูกล่าสังหารอยู่ ถ้าในสำนักเฉวียนเซียนยังมีคนหนุนหลัง การประลองเป็นตายมีปีละครั้ง ถ้าทั้งหมดเป็นแค่ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นฝึกปราณน่าจะไม่มีปัญหา
ครุ่นคิดอยู่หลายครั้ง จินเฟยเหยาจึงตัดสินใจทดลองสู้ดูก่อนรอบหนึ่ง ถ้าทำเงินได้มากจริงๆ เรื่องนี้ก็มิใช่ว่าทำไม่ได้
ทุกคนมีความคิดเหมือนกัน รอศิษย์ทำธุระของอาคารเล่อเย่มาก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ จริงเสียด้วย วันที่สองอาคารเล่อเย่ก็ส่งคนมา นอกจากมาอธิบายข้อดีกับพวกเขาแล้ว ยังจัดการทำป้ายเข้าประลองให้พวกเขาโดยเฉพาะ
ทุกคนล้อมรอบศิษย์อาคารเล่อเย่ที่อายุไม่มากทว่ากลับตีหน้าเคร่งขรึมจริงจังอยู่ตลอดเวลาคนนี้ ครุ่นคิดคำพูดของเขาด้วยสีหน้าแตกต่างกัน
จินเฟยเหยาดีดลูกคิดในใจ ได้ยินศิษย์ทำธุระคนนี้เอ่ยว่า นอกจากสามารถได้รับเงินลงเดิมพันครึ่งหนึ่ง ตนเองยังสามารถลงเดิมพันได