งนั้นเขาจึงยินยอมและถามว่า “ได้ เจ้าจะเปลี่ยนเป็นอะไร”
“จินเฟย จอมพลังวัชระไร้เทียมทาน”
“พรวด…” เวิงเหล่ากำลังดื่มชาอยู่ พอได้ยินก็อดพ่นน้ำชาออกมาไม่ได้ คนอื่นๆ ก็อดแย้มยิ้มไม่ได้ แม้แต่มู่ชิงที่มีสีหน้าแบบเดียวมาตลอดก็อดก้มใบหน้าหล่อเหล่าแย้มยิ้มไม่ได้ ศิษย์ทำธุระอดกลั้นไว้สูดลมหายใจลึกๆ แล้วเอ่ยถามว่า “เจ้าเอาจริงหรือ?”
“อืม” จินเฟยเหยาพยักหน้าโดยแรง
“ก็ได้” ศิษย์ทำธุระตามใจนาง เขียนชื่อจินเฟยจอมพลังวัชระไร้เทียมทานลงไป เพียงแต่เขียนไปส่ายศีรษะไป ผู้บำเพ็ญเซียนที่ล่วงเกินตระกูลเจ้าคนนี้ ขอเพียงลงชื่อสมัครย่อมต้องมีคนจำนวนมากมายที่อยากได้เงินรางวัลระบุชื่ออยากประลองกับนางแน่ๆ
เรื่องที่ทำให้จินเฟยเหยาคิดไม่ถึงคือ เวิงเหล่ากับหลิวเกาอี้ไม่ยอมไปต่อสู้ประลองเป็นตาย ทว่ายินยอมออกจากสำนักเฉวียนเซียน คนอื่นๆ ก็มีความคิดอยากจะทดลองดูจึงลงชื่อก่อน มีเพียงหลี่เอ้อร์เกินที่ตื่นเต้นดีใจอย่างที่สุด ขอร้องให้เขาได้ลงประลองรอบที่หนึ่งก่อน
ทุกคนไม่เข้าใจ ว่าเหตุใดเขาจึงตื่นเต้นถึงปานนี้ ต่อมาติงจี้ทนดูไม่ไหวจึงเอ่ยยิ้มๆ อยู่ด้านข้าง “หลี่เอ้อร์เกินถูกเซียนสตรีผู้หนึ่งในหอสาวงามขโมยวิญญาณไปแล้ว หลายวันก่อนข้าไปร้านอาวุธเห็นเขาอยู่ในร้านนั้นมองชุดเส่าเสียอี[1]ซ้ำไปซ้ำมา ตอนจากไปยังเหลียวมามองบ่อยๆ อย่างตัดใจไม่ลง แทบจะมองชุดเส่าเสียอีของผู้อื่นทะลุเป็นรู”
“ชุดเส่าเสียอี? เขาคงไม่ได้คิดจะไปหาเงินที่