ีศิลาวิญญาณแค่พันก้อน ในอ่างมายาจิ่งเทียนมีมดหนึ่งผลึกสี่ตัวที่ถ่ายศิลาวิญญาณได้ ทว่าวันหนึ่งได้ศิลาวิญญาณแค่สี่ก้อน ตอนนี้รวมทั้งหมดยังมีศิลาวิญญาณไม่ถึงห้าร้อยก้อน นางจึงซื้อพู่กันสีขาวด้ามนี้ไม่ได้
จินเฟยเหยาไม่พอใจราคาสิ่งของในเมืองลั่วเซียน นางซื้อพู่กันยันต์ด้ามหนึ่งราคาสองพันสามร้อยศิลาวิญญาณ ตัวพู่กันสีน้ำตาล ปลายพู่กันเป็นขนหางหมูป่าเขี้ยวยักษ์เป็นสินค้าโหลขั้นสอง ดูแล้วเหมือนพู่กันที่คนชราอายุยืนในโลกมนุษย์ใช้สำหรับเขียนตุ้ยเหลียน[3]
คิดไม่ถึงว่าพู่กันนี้ยังมีชื่ออันอหังการ ‘เทพประทับ’ ความหมายคือตอนวาดยันต์ มีเทพมาประทับในพู่กัน เพิ่มโชคดีให้ยันต์แต่ละใบ นางมองที่วางพู่กัน แล้ววาง ‘เทพประทับ’ ไว้ด้านหลังป้าย ในโถพู่กันใบนั้นเสียบเทพประทับได้อย่างน้อยยี่สิบสามสิบด้าม
จินเฟยเหยาทอดถอนใจว่าศิลาวิญญาณไม่พอใช้ต้องไปจับมดหนึ่งผลึกมาอีกให้ได้ กลับมาถึงสำนักเฉวียนเซียนอย่างเอ้อระเหย พอเข้าเรือนสี่สิบสี่ก็ได้ยินข่าวที่น่าตกใจ หลี่เอ้อร์เกินตายแล้ว
หลี่เอ้อร์เกินถูกคู่ต่อสู้ใช้การโจมตีเพียงครั้งเดียวกำจัดทิ้งบนเวทีประลองเป็นตาย ตายอย่างรวดเร็วยิ่ง ไม่ทิ้งคำพูดก่อนตายไว้สักคำ นึกถึงว่าเขาไม่มีญาติและพี่น้อง ขนาดคนที่เสียใจแทนเขายังไม่มี จินเฟยเหยาก็รู้สึกว่าเขาตายอย่างหมดห่วงจริงๆ
ทันใดนั้น จินเฟยเหยาก็นึกถึงคนผู้หนึ่ง เกรงว่าเทพธิดาไม่ทราบชื่อในหอสาวงามคนนั้นคงเป็นผู้เดียวที่เสียใ