อนนั้นพอเจ้าเห็นก็จะรู้เอง ถ้าดุร้าย เจ้าไม่รับก็ได้มิใช่หรือ” ฟังเขาเอ่ยสาบานอย่างจริงจัง จินเฟยเหยายังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ทว่าเห็นแก่ที่ผู้อื่นมาส่งยาสร้างฐานให้ถึงที่ จึงเชื่อคำพูดของเขาชั่วคราว
ทั้งสองคนซุบซิบกันอยู่ครู่หนึ่ง ป้ายหยกภารกิจสำนักเฉวียนเซียนของจินเฟยเหยาพลันเปล่งแสงสว่างอย่างประหลาด นางหยิบป้ายหยกออกมาดูอย่างงุนงงแล้วแย้มยิ้มขึ้นอย่างกะทันหัน
“โชคดีจริงๆ การช่วงชิงยาสร้างฐานเพิ่งสิ้นสุดลง ภารกิจบังคับที่เลื่อนเวลามาตลอดก็ประกาศ” จินเฟยเหยายิ้มปริ่มเอ่ยกับหวาซี
หวาซีเอ่ยอย่างไม่เห็นด้วย “มีอะไรน่าขำกัน พวกเจ้าผ่านมาอย่างยากลำบาก ยังมีภารกิจบังคับด้วย”
“พวกเจ้ายังเทียบพวกเราไม่ได้ ถ้าสำนักสั่งภารกิจอะไร พวกเจ้าไม่มีแม้แต่โอกาสต่อต้าน ต้องไปแต่โดยดี พวกเราแค่ต้องไปปีละครั้ง อีกทั้งภารกิจในครั้งนี้ยังเกี่ยวพันกับเจ้าด้วย” จินเฟยเหยาหัวเราะหึๆ ตบบ่าหวาซี
หวาซีรู้สึกงุนงงอยู่บ้าง ภารกิจของสำนักเฉวียนเซียนเกี่ยวอะไรกับตนเอง
“ข้าบอกเจ้าดีกว่า ภารกิจบังคับครั้งแรกของข้าคือไปจับสัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณ เจ้าจะมอบสัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณให้ข้าหรือไม่ ข้าจะไปส่งมอบภารกิจเดี๋ยวนี้เลยจะได้ไม่ต้องออกตามหาไปทั่ว” จินเฟยเหยามองหวาซี แล้วยิ้มอย่างลึกลับ
“ฮึ” หวาซีหัวเราะอย่างเย็นชา “เจ้าอย่าลืมสิ สัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้เพราะเจ้าเป็นต้นเหตุ หากมิใช่เพราะเจ้า ไม่กี่