ยเหยารีบเก็บทองคำทั้งหมดบนเวทีแล้วลงจากอีกด้านหนึ่งของเวที เดินชิดมุมกำแพงอ้อมเป็นวงใหญ่มาถึงทางออก
การกระทำของนางทำให้คนสงสัย ไป๋เจี่ยนจู๋มองนางอ้อมเป็นวงเพื่อหลีกเลี่ยงการเดินผ่านข้างกายตนเองอย่างเย็นชา ในใจเขารู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง ตนเองไม่ใช่สัตว์ประหลาดกินคนสักหน่อย เป็นบุรุษตัวใหญ่โต จำเป็นต้องกลัวเขาแบบนี้ด้วย?
“เดี๋ยว” เขาตะโกนเรียกให้จินเฟยเหยาหยุดราวกับภูติผีดลใจ
ไม่จริงน่า ไม่น่าจะจำข้าได้นะ ตอนนี้ในสายตาของคนอื่นข้าน่าจะเป็นบุรุษ จินเฟยเหยาขนลุก หมุนตัวกลับมาอย่างไม่สบายใจ เอ่ยด้วยใบหน้าประจบสอพลอ “ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสเรียกข้าด้วยเรื่องใด?”
“เจ้ากลัวข้า?”
“กลัว ต้องกลัวแน่นอน ผู้อาวุโสสง่าผ่าเผย ไม่มีโทสะยังแผ่อานุภาพ ดุจเทพแห่งสงครามลงมาสู่โลกหล้า ทำให้ข้าน้อยกล้ามองแค่ไกลๆ ไม่กล้ามองดูใกล้ๆ กลัวว่าจะล่วงเกินอานุภาพแห่งเทพ ทำให้ผู้อาวุโสไม่พอใจ” จินเฟยเหยาก้มหน้าพออ้าปาก ก็เอ่ยคำพูดประจบสอพลอออกมาอย่างลื่นไหล หวังเพียงสามารถไปจากที่นี่ได้เร็วหน่อย
การประจบครั้งนี้ประจบไม่ถูกจุด ไป๋เจี่ยนจู๋รู้สึกหงุดหงิด เอ่ยด่าทอนางว่า “พูดบ้าบออะไร ไสหัวไป”
“ขอรับ ข้าจะไสหัวไปเดี๋ยวนี้” จินเฟยเหยาก้มหน้าถอยหลังสองก้าว จากนั้นก็หมุนตัววิ่งเข้าทางออก ความเร็วยังเหนือกว่าบุตรหลานตระกูลเจ้าเมื่อครู่หลายเท่า
ไป๋เจี่ยนจู่จัดการภารกิจที่เบื้องบนสั่งการมาแล้วก็พกพาความว้าวุ่นใจอย่างบอกไม่ถูกบิ