ด้ว่าเขาอารมณ์ไม่ดี บุตรหลานตระกูลเจ้าหมุนตัววิ่งหนีอย่างว่องไว ระหว่างที่วิ่งหนียังหันหน้ามาตะโกนใส่จินเฟยเหยา “เจ้าหนู วันนี้พวกเราเห็นแก่ผู้อาวุโสไป๋ จะปล่อยเจ้าไปสักครั้ง อย่านึกว่าเรื่องนี้จะจบแค่นี้นะ ตระกูลเจ้าไม่ปล่อยเจ้าไปแน่”
“บ้าหรือเปล่า ข้ามาเข้าร่วมการประลองชิงยาสร้างฐานนะ ไม่ใช่ต่อสู้ส่วนตัวสักหน่อย ตระกูลเจ้าของพวกเจ้าจะไม่ไว้หน้าตำหนักลั่วเซียนและแต่ละสำนักใหญ่เกินไปแล้ว ในสายตาของพวกเจ้า การประลองครั้งนี้เป็นละครตลกฉากหนึ่ง พวกเจ้าคิดจะอาละวาดอย่างไรก็ได้สินะ?” จินเฟยเหยาตะโกน เสียงดังฟังชัด ทำให้คนที่อยู่ในลานประลองได้ยินอย่างชัดเจน แม้แต่ผู้บำเพ็ญเซียนบนหอชมการประลองก็มีคนได้ยินจำนวนไม่น้อย
คนตระกูลเจ้าหน้าเสีย คิดจะวิ่งกลับมายันกันกับจินเฟยเหยา ทว่าเห็นไป๋เจี่ยนจู๋ที่ตีหน้าขรึมจนเหมือนน้ำแข็งจึงได้แต่รีบจากไปอย่างซึมเซา
“ฮึ ขู่ใครกัน ข้าไม่ออกนอกเมืองลั่วเซียน หรือเจ้าสามารถมาฆ่าข้าที่สำนักเฉวียนเซียนได้” จินเฟยเหยาเอ่ยยิ้มๆ อย่างไม่ใส่ใจสักนิด อย่างไรเสียตนเองได้ยาสร้างฐานก็ต้องปิดด่านกักตนทะลวงขั้นฝึกปราณช่วงปลายอย่างสมบูรณ์เป็นเวลานาน ถึงตอนนั้นไม่ออกไปข้างนอก ดูสิว่าพวกเจ้าจะมาแก้แค้นข้าได้อย่างไร รอข้าสร้างฐานสำเร็จ ข้ายังต้องเกรงกลัวบุตรหลานตระกูลร่ำรวยอย่างพวกเจ้าหรือ
บุตรหลานตระกูลเจ้าไม่ได้ยินคำพูดของนา ก็หนีไปอย่างตื่นตระหนกเพราะกลัวไป๋เจี่ยนจู๋ จินเฟ