พลังการบำเพ็ญเพียรขั้นฝึกปราณเป็นแค่เศษสวะที่นี่ ถ้าสร้างฐานไม่ได้ หญิงชราคนหนึ่งใช้ชีวิตตัวคนเดียวที่นี่ น่าสงสารอย่างถึงที่สุด คนเหล่านี้ต่อให้ร่ำร้องอาละวาด อย่างไรก็มีคนของลานประลองเป็นตายต้านรับไว้ ต่อให้ตายนางยังไม่เชื่อว่าผู้บำเพ็ญเซียนขั้นฝึกปราณเหล่านี้จะสามารถฆ่าผู้ชนะตายคาเวทีที่นี่ได้
ทันใดนั้น นางก็รู้สึกว่าด้านหลังมีเจตจำนงเย็นชาอันคุ้นเคย ดูเหมือนในอดีตเคยพบมา บุตรหลานตระกูลเจ้าที่ยังเอะอะเอ็ดตะโรเหล่านั้นเป็นใบ้ทันที รอบด้านเงียบกริบ
พอจินเฟยเหยาหันหน้าไปมอง ก็ตกใจจนหัวใจแทบจะเด้งออกมาจากคอหอย ชุดยาวแบบจีนสีขาวปักลวดลายใบไผ่สีเข้ม เบื้องหลังเคร่งขรึม เส้นผมยาวสง่างาม ใต้ฝ่าเท้าเป็นไผ่หยกสีเขียวขจีท่อนหนึ่ง เห็นได้ชัดว่าเป็นคนของหอชิงซวี
เห็นทุกคนหุบปาก บุตรหลานตระกูลเจ้ามีสีหน้าแตกตื่น จินเฟยเหยาลังเลเล็กน้อยจึงหันกายมา เดินย่องเบาๆ เข้ามาในเวที คิดจะอยู่ห่างๆ จากคนของสำนักชิงซวีหน่อย
“ไป๋…ไป๋เจี่ยนจู๋” บุตรหลานตระกูลเจ้าเบียดเสียดอยู่รวมกันอย่างขลาดกลัว แต่ละคนต่างหลบอยู่ด้านหลังคนที่นำมา
“ทำอะไรน่ะ อย่าผลักข้าสิ” คนที่เป็นหัวหน้าก็พยายามถอยไปด้านหลัง ทว่าบรรดาพี่น้องที่อยู่ด้านหลังล้วนผลักเขาไปข้างหน้าอย่างสุดแรง
“ไสหัวไป” ไปเจี่ยนจู๋เอ่ยออกมาคำหนึ่งอย่างเย็นชา เสียงไม่ดังนัก กลับทำให้คนรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางหิมะและน้ำแข็ง หนาวเหน็บจนถึงทรวงใน
คนโง่งมยังรับรู้ไ