แล้ว “คิดไม่ถึงว่าจะกล้าสังหารคนตระกูลเจ้า รำคาญในการมีชีวิตแล้วสินะ ไม่รู้เสียบ้างว่าพวกเราเป็นใคร”
“ท่านอา พวกเราไปหาเขาเถอะ ฟาดเขาให้ตายคาลานประลองเป็นตายเลย แก้แค้นให้พี่น้องของพวกเรา”
ผู้อาวุโสตระกูลเจ้ายังคิดจะพูดอะไรเพื่อทำให้โทสะของผู้เยาว์สงบลง ให้พวกเขาอย่าได้หุนหัน กลับเห็นจินเฟยเหยาบนเวที นำกระเป๋าเก็บของออกมา เริ่มกวาดกองเหรียญทองบนเวที เพราะเหรียญทองมีมากมายเกินไป นางยังใช้เวทม้วนวายุด้วย ท่าทางเหมือนจะนำเหรียญทองคำบนเวทีไปทั้งหมด
“รังแกกันเกินไปแล้ว ลงไปสับเจ้าเด็กนี่เป็นหมื่นชิ้นเดี๋ยวนี้” ผู้อาวุโสตระกูลเจ้าผู้นี้ตบโต๊ะอย่างหนักหน่วงแล้วลุกขึ้นยืน โต๊ะน้ำชาสลักลวดลายที่อยู่ด้านข้างแตกละเอียดร่วงลงพื้นในพริบตา
[1] ซั่นไฉถงจื่อ หรือ สุธนกุมาร ตอนเขาเกิดมาก็มีทรัพย์สมบัติผุดขึ้นมามากมาย ดังนั้นจึงได้ชื่อว่า ซั่นไฉ แปลว่า โชคดี
[2] ต้วนซิ่ว หมายถึง ชายรักร่วมเพศ