“นี่มันอลังการเกินไปแล้ว ต้องใช้ศิลาวิญญาณไปมากเพียงไร?” จินเฟยเหยายืนอยู่หน้าลานประลองเป็นตายที่สร้างขึ้นใหม่ เงยหน้าขึ้นมองอาคารหรูหราประณีต
ลานประลองเป็นตายกินพื้นที่ประมาณหกร้อยหมู่ มีรูปร่างสี่เหลี่ยม ตรงมุมทั้งสี่มีหอสูงใหญ่ ประตูหอหลังหนึ่งสลักร้อยสรรพสัตว์ตั้งอยู่ตรงทางเข้า ด้านซ้ายและขวาต่างมีสัตว์กวักเงินกวักทองที่สลักจากศิลาวิญญาณตัวหนึ่ง อ้าปากกว้างเหยียบเมฆตรวจสอบกระเป๋าเงินของผู้บำเพ็ญเซียนที่เข้าออกด้วยท่าทางสูงศักดิ์
บนกำแพงศิลาสีขาวหิมะ มีคันฉ่องจันทราวารีสูงเกือบสองจั้งกว้างหนึ่งจั้งครึ่งบานหนึ่ง กระพริบอัตราเดิมพันและรายชื่อผู้บำเพ็ญเซียนที่กำลังจะขึ้นเวทีอย่างต่อเนื่อง รอจนเริ่มการประลอง ที่นี่ก็จะบันทึกภาพการประลองภายใน ลานออกมา ดึงดูดผู้บำเพ็ญเซียนภายนอกให้เข้ามาลงเดิมพัน
จินเฟยเหยาเป็นผู้เข้าประลอง ดังนั้นจึงไม่ต้องจ่ายเงินเข้าลานประลอง แค่แสดงป้ายประลองก็เข้ามาในลานประลองเป็นตายได้อย่างราบรื่น สิ่งที่เข้าสู่คลองจักษุคือระเบียงที่นำไปด้านซ้ายและขวา สิ่งที่ปูพื้นคือพรมขนยาวอันหรูหรา บนพื้นที่ว่างริมระเบียงมีสระน้ำอันงดงามซึ่งมีน้ำไหลจากภูเขาเล็กๆ และในสระยังปลูกพืชวิญญาณน้ำชั้นยอด
บนระเบียงทุกระยะห่างห้าก้าวจะมีหินแสงราตรีสลักรูปดอกไม้และใบไม้ประดับตกแต่ง ต่อให้เป็นยามค่ำคืนก็สามารถสาดส่องลานประลองเป็นตายให้สว่างได้ ส่วนสาวงามที่คอยนำทางด้านในทั้งหมดล้วนเป็นผู