กไม่เอานางมาระบายโทสะ ก็มิใช่พฤติการณ์บ้าอำนาจของคุณชายแล้ว
จินเฟยเหยาไม่รู้ข้อมูลวงใน นึกว่าบังเอิญจริงๆ นึกถึงท่าทางของเจ้าหมอนี่ที่จับจ้องตนเองเหมือนพยัคฆ์จ้องมองเหยื่อ ก็ไม่สนใจฐานะตระกูลผู้บำเพ็ญเซียนของเขา คิดเพียงว่าตอนขึ้นเวทีประลอง จะหาโอกาสลงมือสังหาร อย่างไรเสียก็เป็นการประลองพอดี ต่อให้เสียชีวิต คาดว่าเป็นเรื่องปกติที่สามารถเข้าใจได้
จากอัตราเดิมพันของหอฝูหลิง นางรู้สึกว่าเจ้าเยี่ยนหงผู้นี้ร้ายกาจยิ่ง พั่งจื่อก็มาเลื่อนขั้นในช่วงเวลาสำคัญ ออกมาช่วยเหลือไม่ได้ ตนเองต้องเตรียมการให้พร้อมสรรพ
จินเฟยเหยาศึกษาตนเองดู พบว่าข้อดีของตนเองคือการต่อสู้ประชิดตัว ถ้าอีกฝ่ายใช้เคล็ดวิชาหรือของวิเศษชั้นยอดอะไรหนีไปกลางอากาศ ต่อให้ตนเองมีเวทเหยียบอากาศที่ไม่ค่อยชำนาญ เกรงว่าคงใช้ออกอย่างเต็มที่ไม่ได้ ท่าทางต้องใช้อาวุธเวทโจมตีระยะไกล
อย่างไรเสียก็มีมดหนึ่งผลึกที่ถ่ายศิลาวิญญาณได้ นางจึงไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตอย่างประหยัดศิลาวิญญาณอีก จึงไปลงเดิมพันที่หอฝูหลิงซึ่งตั้งอยู่ในเมืองลั่วเซียนก่อน ลงศิลาวิญญาณชั้นล่างหนึ่งพันก้อนเดิมพันข้างตนเอง จากนั้นหิ้วศิลาวิญญาณเข้าไปในร้านยันต์ ซื้อยันต์อัคคีขั้นสองสองร้อยใบ ของสิ่งนี้ใช้แล้วสะดวก แค่โยนออกไปก็พอ ประหยัดพลังวิญญาณประหยัดเวลาเป็นสิ่งที่ต้องพกตอนออกศึก
ได้ยันต์แล้ว นางก็มาที่ร้านหลอมอาวุธแห่งหนึ่งที่มีหน้าร้านไม่ใหญ่นัก ร้านนี้เป็นร้านที่น