“อ๊บ” ไม่รู้ว่าพั่งจื่อแทรกออกมาจากไหน บนร่างเต็มไปด้วยคราบโลหิต ทว่าท่าทางกลับกระหยิ่มยิ้มย่องอย่างยิ่ง
จินเฟยเหยายืนอยู่ไกลๆ มองทุกคนกำลังแบ่งซากงูภูติเงินทอง เห็นพั่งจื่อปรากฎตัวขึ้นอย่างกะทันหัน ก็เอ่ยอย่างไม่พอใจ “เมื่อครู่เจ้าหนีไปที่ไหนมา? คิดไม่ถึงว่าจะล่องูเข้าไปในฝูงชนอย่างไร้ยางอายขนาดนี้ ให้เจ้าแสดงฝีมือ เจ้าก็แอบเกียจคร้าน”
เห็นพั่งจื่อกลอกตาใส่นาง จินเฟยเหยาจึงเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง “ถึงความแตกต่างระหว่างเจ้ากับมันจะมากเกินไปหน่อย ทว่าก่อนหน้านี้เจ้าไม่เคยต่อสู้จริงมาก่อน ข้าทำเช่นนี้เพราะหวังดีกับเจ้า เจ้าอย่าไม่รู้จักพอสิ งูตัวใหญ่ขนาดนี้นอนอยู่ตรงนั้น เจ้าแย่งชิงเนื้อมาบำรุงพลังวิญญาณหน่อยก็ได้?”
พั่งจื่อได้ยินคำพูดนี้ ดวงตามีแววเจ้าเล่ห์วาบผ่าน เห็นว่าไม่มีคนสนใจพวกนางสองคน มันก็อ้าปากให้จินเฟยเหยาดู พอจินเฟยเหยามองไปข้างใน พบว่าในปากของมันมีตานสัตว์ปิศาจขนาดเท่าเมล็ดถั่วเม็ดหนึ่ง ส่องแสงสีทองวิบวับงดงามอย่างยิ่ง
“คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะแย่งชิงตานสัตว์ปิศาจได้ก่อน เจ้านี่จริงๆ เลย รีบเอามาให้ข้าเร็ว ข้าจะซ่อนมันไว้ จะให้ผู้อื่นพบเห็นไม่ได้” จินเฟยเหยาดีใจสุดๆ เอ่ยเสียงเบาคิดจะยื่นมือไปหยิบในปากมัน
ผู้ใดจะรู้ว่าพั่งจื่อจะปิดปากกลืน ตานสัตว์ปิศาจถูกมันกลืนลงไปทั้งหมด ทำให้จินเฟยเหยาคว้าน้ำเหลว
“เจ้าทำอะไรน่ะ รีบคายออกมาให้ข้า สิ่งของระดับสูงเช่นนี้เป็นของที่เจ้ากินได้หรือ