“หลี่หยวนเจิ้ง ศิษย์วังหมื่นอสรพิษ เชี่ยวชาญการใช้งูโจมตี” ที่แท้เป็นศิษย์ของวังหมื่นอสรพิษ มิน่าเล่าจึงมีงูมากมายปานนี้ จินเฟยเหยาเงยหน้าขึ้นมองหลี่หยวนเจิ้งที่กำลังเป่าตี๋[1]ควบคุมฝูงงู
ด้านหลังพลันมีงูพิษพุ่งขึ้นมาห้าตัว จินเฟยเหยาโบกมือ ฟองเล็กๆ สีฟ้าลอยออกมาจากในมือเข้าหางูภูติที่พุ่งเข้ามาราวกับหมอกควัน
“เพี๊ยะ” ฟองปราณสีฟ้าลอยปกคลุมร่างงูพิษ มีเสียงดังมา ไฟสีฟ้าในฟองอากาศลุกไหม้ เผาร่างงูขาดออกจากกันในพริบตา เศษซากที่เหลือร่วงลงพื้นบิดตัวไม่หยุด
ฟองอากาศลอยวนรอบหนึ่ง แล้วหลอมรวมเข้าด้วยกันกลายเป็นฟองอากาศขนาดใหญ่ ปกคลุมจินเฟยเหยาไว้ภายในราวกับม่านแสง มีงูพิษพุ่งขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ทว่าก็ได้แต่กลายเป็นเศษซากภายใต้อานุภาพของฟองแสงนรก
นี่คือการพัฒนาของเกล็ดหิมะนรกหลังจากนางบรรลุขั้นฝึกปราณช่วงปลาย จากดวงแสงเล็กๆ กลายเป็นฟองอากาศสีฟ้า ส่วนหัตถ์ไฟนรกก็มิใช่เปลวไฟอีก เป็นเพียงชั้นแสงสีฟ้าฉาบอยู่บนหมัด ดูแล้วยิ่งไม่เป็นจุดเด่นมากขึ้น
งูพิษเหล่านี้ส่วนมากเป็นงูภูติขั้นหนึ่ง มีส่วนน้อยเป็นขั้นสอง จินเฟยเหยาคาดเดาว่าน่าจะมีงูภูติขั้นสาม เกรงว่าคงจะซ่อนไว้เป็นไพ่ตาย อย่างไรเสียก็มอบให้เป็นหน้าที่พั่งจื่อแล้ว ดังนั้นนางไม่คิดจะสอดมือ ที่สำคัญคือคิดจะดูว่าพั่งจื่อร้ายกาจเพียงใด
พั่งจื่อนั่งอยู่บนเวทีอย่างสงบนิ่ง แลบลิ้นอย่างรวดเร็วไปตวัดงูภูติตัวหนึ่ง แล้วดูดกลืนลงท้อง ถ้ามีงูภูติจากตรง