ิกตัวกลับมาใช้ขาหน้าฟาดหัวของงูภูติเงินทอง หัวงูอันใหญ่โตถูกมันตบเอียง ร่างเกือบจะล้มลง งูภูติเงินทองตะลึงงันอย่างไม่อยากจะเชื่อ คิดจะทำความเข้าใจให้ชัดเจนว่าเมื่อครู่ตนเองเจออะไรเข้า
รอจนรู้ว่าตนเองถูกอาหารฟาดตบ มันก็เดือดดาล ดุร้ายยิ่งขึ้น เงยหน้าร้องคำรามขึ้นฟ้าเสียงดัง ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงโลหิต กลิ่นคาวเข้มข้นแผ่กระจายออกมา
“แย่แล้ว!” หลี่หยวนเจิ้งเห็นงูภูติเงินทองแผ่รังสีสังหาร เกรงว่านอกจากอาจารย์มาเอง ตนเองไม่มีทางควบคุมมันได้เลย เขาร้อนใจจนกระทืบเท้า รีบนำตี๋สีทองออกมา ลังเลแล้วลังเลอีก จึงเป่าตี๋ใส่งูภูติเงินทอง
เขาไม่เป่าตี๋นั้นยังดี พอเขาเป่าตี๋ดวงตาสีแดงโลหิตของงูภูติเงินทองก็จ้องมองมา สะบัดหางฟาดหลี่หยวนเจิ้งลอยไปกลางอากาศ หลังจากกลิ้งหลายตลบก็กระแทกลงบนเวที อีกนิดเดียวเกือบจะกลิ้งตกเวที
หลี่หยวนเจิ้งคว้าขอบเวทีอย่างสุดกำลัง กระอักโลหิตแล้วปีนขึ้นมา ตะโกนเสียงดังใส่งูภูติเงินทอง “ท่านปู่งู ท่านอย่าอาละวาดสิ สงบสติอารมณ์หน่อย”
งูภูติเงินทองไหนเลยจะยอมฟัง ต่อสู้กับพั่งจื่อด้วยดวงตาแดงก่ำ ส่วนพั่งจื่อพอโจมตีสำเร็จ เดิมทีมีความกล้ามากอยู่แล้ว ยิ่งกล้ามากขึ้น ฉวยโอกาสที่ตนเองร่างเตี้ยเล็ก หลบหลีกอย่างว่องไวอยู่บนเวที ทั้งยังใช้ขาและลิ้นต่อยตีงูภูติเงินทองได้สำเร็จหลายครั้ง
งูภูติเงินทองจับพั่งจื่อไม่ได้เสียที ก็อับอายจนกลายเป็นโทสะ อ้าปากกว้าง เริ่มรวบรวมดวงแสงสีขาวไว้ในปา