โลหิตทุกหยดในร่างของผู้บำเพ็ญเซียนเย็นชาอย่างเอาเป็นเอาตาย ขอเพียงมีโลหิตก็จะไม่หยุด
ผู้บำเพ็ญเซียนคนนั้นตายแล้ว โลหิตของเขาสาดกระเซ็นบนเวที ตายได้งดงามอย่างแปลกประหลาด ซานเชียนจื่อเหยียบโลหิตสดบนเวที ดึงหนามแหลมออกแล้วก้าวลงจากเวทีไป รอจนเขาเดินลงจากเวที ผู้บำเพ็ญเซียนที่ชมดูการต่อสู้จึงสูดหายใจหนาวเหน็บ
ด้านล่างเวทีก็วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างออกรส ทุกคนต่างถูกวิธีการฆ่าคนที่อำมหิตและชั่วร้ายเช่นนี้สั่นสะเทือน เรื่องนี้ไม่เหมือนการกระทำของผู้บำเพ็ญเซียนเลยสักนิด ทว่าเหมือนนักฆ่าที่เอาชีวิตมาเสี่ยงในโลกมนุษย์
จินเฟยเหยามองซานเชียนจื่อเดินไปยังสถานที่ไกลๆ นั่งลงเริ่มรักษาบาดแผล ก็เลียริมฝีปาก เดินเข้าไปหา
“สหายเซียนซานร้ายกาจจริงๆ ลงมือทั้งอำมหิตทั้งแม่นยำ ก่อนลงมือรอคอยตลอด ความอดทนก็ยอดเยี่ยม” จินเฟยเหยาหยุดลงตรงที่ห่างจากเขาห้าก้าว นางไม่อยากทำให้เขารู้สึกไม่ดีจนจิ้มตนเอง
ซานเชียนจื่อลืมตา หลังจากมองรูปร่างสูงใหญ่ของจินเฟยเหยาผ่านเส้นผมที่ปิดบังใบหน้าแล้วจึงเอ่ยว่า “ที่แท้คือสหายเซียนจินที่เสียโฉม คิดไม่ถึงว่าเจ้ายังมีชีวิตอยู่ ผู้บำเพ็ญเซียนเหล่านั้นช่างไร้ความสามารถ”
“สหายเซียนซาน เจ้าพูดแบบนี้ไร้น้ำใจเกินไป อย่างไรพวกเราก็ถือว่าเป็นคนเรือนเดียวกัน ไร้ความแค้นต่อกัน เจ้าสาปแช่งข้าแบบนี้ได้อย่างไร” จินเฟยเหยามองเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อ ตนเองไม่เคยล่วงเกินเขา เหตุใดพอพบหน้าเขาก็พูดจาเ