ยำเช่นเดียวกัน ถึงแม้กล้ามเนื้อจะด้อยกว่าจินเฟยเหยาเล็กน้อย แต่ก็น่าประทับใจกว่าผู้บำเพ็ญเซียนธรรมดาทั่วไป
“รออยู่นาน ในที่สุดข้าก็เจอกับเจ้า” ชายร่างกำยำที่เป็นผู้บำเพ็ญเซียนขั้นฝึกปราณช่วงปลายเช่นเดียวกันคนนี้ ก้าวเข้ามาใช้นิ้วมือชี้หน้าจินเฟยเหยา ตะโกนเสียงดัง
จินเฟยเหยาใช้หางตาเหลือบมองเขา เอ่ยถามอย่างหงุดหงิด “บิดาไปยั่วโทสะเจ้าตอนไหน?”
ชายร่างกำยำยืนจังก้าอย่างเผด็จการ ชูสองนิ้วแล้วเอ่ยว่า “เจ้ายั่วโทสะข้าสองเรื่อง ข้อแรก คือเจ้ากล้ามีร่างกายกำยำกว่าข้า เจ้าคงไม่รู้ว่าข้าเกลียดชังการเห็นคนกำยำมากกว่าข้าที่สุด ข้อสอง เจ้าใช้ก้อนหินทุบสตรีที่ข้าชอบ ดังนั้นข้าจะทุบกระดูกทั้งหมดของเจ้าให้หักเสีย ทำให้ใบหน้าของเจ้ากลายเป็นก้อนแป้ง”
“เจ้าบ้าหรือเปล่า” ขนาดมองจินเฟยเหยายังไม่อยากมองเขา ด่าทออย่างหมดความอดทน
“ฮึ ข้าจะให้เจ้าเห็นพละกำลังของข้า” ฉวยโอกาสที่ทุกคนยังลงเดิมพันอยู่ บุรุษร่างกำยำล้วงค้อนยักษ์ออกมาร่ายรำดุจสายลมพัดผ่านผิวน้ำ กระโดดขึ้นกลางอากาศ ฟาดค้อนยักษ์กระแทกลงบนเวทีที่สร้างจากศิลา ได้ยินเสียงดังสนั่น เวทีที่สร้างจากศิลาถูกทุบจนกลายเป็นสามส่วน จินเฟยเหยาและพั่งจื่อยืนอยู่บนส่วนหนึ่งในนั้น มองเขาทุบทำลายอย่างกำเริบเสิบสานด้วยสายตาเย็นเยียบ ปล่อยให้เศษหินปลิวว่อน ไม่ได้เคลื่อนไหวเลยสักนิด
“หมายเลขเก้าร้อยเจ็ดสิบสี่ ข้าขอเตือนเจ้า ถ้าเจ้าจะทุบทำลายลานประลองเช่นนี้อีกก็รีบไส