คนอย่างจินเฟยเหยาที่ยังไม่ถึงขั้นฝึกปราณช่วงกลางโดยสมบูรณ์ก็ฝืนใช้ยาคุณภาพต่ำทะลวงขึ้นสู่ขั้นสร้างฐานช่วงปลาย ผู้อื่นฝึกบำเพ็ญอย่างมั่นคงไปทีละก้าวมีพลังการบำเพ็ญเพียรที่มีเสถียรภาพ ขั้นตอนระหว่างนั้นทั้งยาวนานและยากลำบาก
ซานเชียนจื่อยืนอยู่บนเวที สวมชุดเดินทางยามวิกาลทั้งตัว เหมือนโจรที่เพิ่งเสร็จภารกิจกลับมา ส่วนคู่ต่อสู้ของเขาก็เป็นผู้บำเพ็ญเซียนขั้นฝึกปราณช่วงปลาย ไม่รู้ว่าเป็นศิษย์สำนักใด สองมือกอดอก มองซานเชียนจื่อด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก
เห็นทั้งสองคนกำลังจะเริ่มต่อสู้กัน ก็มีคนเบียดมาข้างๆ จินเฟยเหยา เอ่ยถามเสียงเบาว่า “สหายเซียนคิดจะเดิมพันหรือไม่? ลงหนึ่งเท่าจ่ายหนึ่งเท่า”
“เชื่อถือได้หรือ? เจ้าคงไม่กวาดศิลาวิญญาณหนีไปนะ” จินเฟยเหยามองผู้บำเพ็ญเซียนขั้นฝึกปราณช่วงต้นหน้าตาชั่วร้ายคนนี้ แล้วเอ่ยถามอย่างสงสัย
ผู้บำเพ็ญเซียนคนนี้ชี้ไปที่เชิงเขาทางด้านหลัง “สหายเซียน หอฝูหลิงของเราก่อตั้งมาหกร้อยปี จะกวาดศิลาวิญญาณของท่านแล้วหนีไปได้อย่างไร”
จินเฟยเหยาหันหน้าไปมอง บนเชิงเขามีกระโจมขนาดใหญ่หลังหนึ่ง ด้านข้างตั้งเสาธงขนาดใหญ่ บนนั้นแขวนธงป้ายร้านหอฝูหลิง มีผู้บำเพ็ญเซียนจำนวนไม่น้อยเข้าออกประตูกระโจม และโดยรอบก็มีผู้บำเพ็ญเซียนขั้นฝึกปราณช่วงต้นสวมชุดสีส้มเด่นสะดุดตาจำนวนมากเหมือนกับผู้บำเพ็ญเซียนหน้าตาชั่วร้ายคนนี้
คิดไม่ถึงว่าหอฝูหลิงก็มาด้วย นี่เป็นบ่อนการพนันที่มีชื่อเสียงอย