็นแบบนี้ได้อย่างไร มีเพียงพั่งจื่อที่ร้อง “อ๊บๆ” อย่างยินดีไม่หยุด ราวกับเพี้ยนไปอย่างกะทันหัน
“ฮึ เจ้าอยากจะหัวเราะก็หัวเราะไป ครั้งหน้าหลอมน้ำกล้ามเนื้อเทพออกมาได้ ข้าต้องให้เจ้าทดลองฤทธิ์ยาก่อน” จินเฟยเหยามองพั่งจื่อเอ่ยด้วยรอยยิ้มพราย
“อ๊บ!” พั่งจื่อร่างแข็งทื่อ มองจินเฟยเหยาด้วยดวงตาหวาดผวา พอครุ่นคิดดูอีกที กบที่ทั่วร่างเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อย่อมต้องดึงดูดกบตัวเมียมากกว่าร่างอวบอ้วนในตอนนี้ ดังนั้นมันจึงวางใจ และในใจยังคาดหวังนิดๆ
จินเฟยเหยาไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงของมัน จึงกระหยิ่มว่าตนเองข่มขู่พั่งจื่อได้
กลางดึกคืนวันที่สอง การประลองรอบแรกของเวทีหมายเลขเจ็ดก็จบลง ผู้บำเพ็ญเซียนสองพันกว่าคนเหลือเพียงหนึ่งพันกว่าคน ไม่ให้ผู้บำเพ็ญเซียนได้พักผ่อนเลยสักนิด การประลองรอบที่สองก็เริ่มต่อ ผู้ตัดสินก็ไม่ต้องพักผ่อน เพียงแต่อารมณ์ไม่ดียิ่ง ท่าทีที่มีต่อผู้บำเพ็ญเซียนยิ่งไร้มารยาทมากขึ้น
หลังจากประกาศหมายเลขไปอีกรอบหนึ่ง ด้านล่างเวทีก็มีผู้บำเพ็ญเซียนกระโดดขึ้นมาสองคน พอจินเฟยเหยามองขึ้นไปบนเวที ก็พบว่าหนึ่งในนั้นถึงกับเป็นคนรู้จัก
“ซานเชียนจื่อ? ที่แท้เขาก็อยู่กลุ่มเดียวกับข้า เหตุใดก่อนหน้านี้จึงไม่เห็นเขา” จินเฟยเหยาตื่นตัว คนผู้นี้ถึงจะสร้างฐานไม่สำเร็จ ทว่าพลังการบำเพ็ญเพียรบรรลุขั้นฝึกปราณช่วงปลายอย่างสมบูรณ์แล้ว แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง อยู่ห่างจากขั้นสร้างฐานเพียงก้าวเดียว
ไม่เหมือน