นชีวิตก็ยังเกี่ยวพันกับอาชีพเดิม
สถานที่อื่นล้วนอยู่นอกเมืองลั่วเซียน ทว่าทั้งหมดกลับไม่ได้ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีของภูเขาเซียนซู่ ที่นี่มีหลายสิบสำนัก คนที่มาชมความครึกครื้นมีมากมาย ส่วนสถานที่อื่นล้วนเป็นชานเมืองที่ไม่มีสำนัก หอซานไห่ย่อมมีสิทธิ์เลือกที่นี่ก่อน อยู่ที่อื่นก็หาเงินไม่ได้มากขนาดนี้
เห็นกลุ่มคนของสำนักหลิงคงเดินไปไกลแล้ว เถ้าแก่ร้านเหลียงเฝิ่นจึงเอ่ยกับจินเฟยเหยาอย่างระมัดระวัง “ท่านเซียน ต้นหอมและกระเทียมในเหลียงเฝิ่นเป็นผักวิญญาณที่ซื้อมา กุยช่ายนี้ก็มีปราณวิญญาณเช่นเดียวกัน ท่านยังอยากได้อีกสักหลายชามหรือไม่?”
“หา?” จินเฟยเหยามองเถ้าแก่ แล้วจึงค่อยเข้าใจความหมายของเขา เกรงว่าตนเองได้ยินคำพูดของกลุ่มคนสำนักหลิงคงแล้วจะไม่กินอีก นางยิ้มพลางเอ่ยว่า “ดี เอามาอีกเจ็ดแปดชาม พั่งจื่อของข้ายังกินไม่อิ่ม”
จากนั้นนางก็เอ่ยกับเถ้าแก่ที่ยุ่งขิงอย่างคึกคักว่า “พวกเขาต้องอาศัยการกินอาหารที่มีปราณวิญญาณเพื่อเพิ่มพลังวิญญาณ ใช้ไม่ได้เกินไป ข้าไม่สนใจว่ากินอะไรจึงสามารถเพิ่มพลังวิญญาณได้ พวกเขากับข้าไม่ใช่ชนชั้นเดียวกัน”
“จะว่าไปแล้วก็จริง ไม่เช่นนั้นร่างกายของท่านเซียนคงไม่กำยำขนาดนี้หรอก ข้ามีชีวิตอยู่มานานแล้ว เป็นครั้งแรกที่เห็นผู้บำเพ็ญเซียนที่มีร่างกายแข็งแกร่งเหมือนท่านเซียน” ชายชราพยักหน้ารับและชมเชย จินเฟยเหยาแย้มยิ้มโดยไร้เสียง นางจะกล้าบอกว่าตนเองกินยาวิญญาณชั้นต่ำจนกลายเป